นายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. ร่วมมือกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) เปิดตัวโครงการ “ปลูกข้าววิถีใหม่ มีทุนให้จาก ธ.ก.ส. ภายใต้โครงการ Thai Rice GCF” วงเงินรวมกว่า 5,300 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนเกษตรกรไทย 40,000 ราย ในพื้นที่ 21 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงราย, เชียงใหม่, นครราชสีมา, บุรีรัมย์, อุบลราชธานี, ร้อยเอ็ด, สุรินทร์, ศรีสะเกษ, กาฬสินธุ์, ชัยนาท, อ่างทอง, ปทุมธานี, สิงห์บุรี, อยุธยา, สุพรรณบุรี, อุทัยธานี, นครสวรรค์, กำแพงเพชร, พิษณุโลก, พิจิตร และจังหวัดลพบุรี ให้ปรับเปลี่ยนสู่วิถีการทำนาแบบลดก๊าซเรือนกระจกและเท่าทันต่อสภาพภูมิอากาศ (Climate Smart Technology: CST) ภายในระยะเวลา 5 ปี (พ.ศ. 2566-2571) เนื่องจากวิธีการปลูกข้าวของเกษตรกรในปัจจุบันต้องใช้น้ำปริมาณมากและขังน้ำในนาข้าวตลอดเวลา ก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซมีเทน ซึ่งเป็นหนึ่งในก๊าซเรือนกระจก ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการผลิตข้าวของเกษตรกรลดลง นำไปสู่การสูญเสียรายได้และส่งผลกระทบต่อการดำรงชีพของเกษตรกรและความมั่นคงด้านอาหารของโลก
โดยโครงการมีมาตรการสนับสนุนทางการเงิน แบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่เงินอุดหนุน (CSI) วงเงิน 300 ล้านบาท สำหรับเกษตรกรที่ทดลองปรับเปลี่ยนวิธีการทำนาจำกัดไม่เกิน 10 ไร่/ครัวเรือน โดยแบ่งเป็น 3 แพ็กเกจ คือ แพ็กเกจ S: 500 บาท/ไร่ แพ็กเกจ M: 1,000 บาท/ไร่ แพ็กเกจ L: 1,600 บาท/ไร่ ในส่วนที่ 2 สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแบบพิเศษ MRR -1.25 (CSL): วงเงิน 5,000 ล้านบาท สำหรับเกษตรกรที่ผ่านการอบรมหลักสูตรการปลูกข้าว และหลักสูตรการเงิน เพื่อให้เกษตรกรผู้มีศักยภาพเข้าถึงแหล่งเงินต้นทุนต่ำ เป็นค่าใช้จ่ายหมุนเวียนและลงทุนในเทคโนโลยีที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ
สำหรับเกษตรกรที่สนใจสามารถติดต่อ สำนักงานเกษตรอำเภอ/จังหวัด หรือศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวเพื่อสมัครเข้าร่วมโครงการ เมื่อผ่านการอบรมครบ 2 หลักสูตร สามารถขอรับเงินอุดหนุนและสินเชื่อได้ที่ ธ.ก.ส. สาขาในพื้นที่ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ Call Center 02-558-6555 ต่อ 8957-8








