กรมการค้าภายใน เดินหน้าบริหารจัดการราคาสินค้าเกษตรเชิงรุก เปิดปฏิทินดูแลราคาสินค้าเกษตรล่วงหน้า ปี 2569 ครอบคลุมพืชเศรษฐกิจสำคัญ อาทิ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน ทุเรียน มังคุด ลำไย หอมแดง หอมหัวใหญ่ และกระเทียม เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาและรายได้เกษตรกร
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ได้จัดทำแผนบริหารจัดการสินค้าเกษตรล่วงหน้า แบ่งเป็น 3 ช่วงสำคัญ เริ่มตั้งแต่ก่อนฤดูเก็บเกี่ยว โดยมุ่งดูแลแรงงาน วางแผนตลาดล่วงหน้า เตรียมมาตรการชะลอการขาย การตรวจคุณภาพและการแปรรูป บริหารจัดการสต็อก เร่งประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์สินค้า และเฝ้าระวังข่าวเชิงลบที่อาจกระทบราคา
ในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก จะเน้นการดูดซับผลผลิต ขยายช่องทางจำหน่าย กำกับราคาซื้อขายให้สอดคล้องกับคุณภาพ เข้มงวดการขนย้าย เครื่องชั่ง และการควบคุมความชื้น รวมถึงป้องกันการลักลอบนำเข้า เพิ่มการใช้ในประเทศ โดยเฉพาะตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ และเร่งขยายตลาดต่างประเทศควบคู่กัน
ส่วนมาตรการระยะกลางและระยะยาว ได้เตรียมแนวทางลดต้นทุนการผลิต และป้องกันการเผาในภาคเกษตร เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน โดยภาพรวมขณะนี้สินค้าเกษตรส่วนใหญ่ราคาทรงตัว มีเพียงมะพร้าวที่ราคาชะลอลงจากผลกระทบด้านการส่งออก อย่างไรก็ตาม ราคาผลสดบนต้นอยู่ที่ประมาณ 3 บาทต่อกิโลกรัม และกรมการค้าภายในได้เชื่อมโยงผลผลิตออกสู่ตลาดในราคาประมาณกิโลกรัมละ 10 บาท
สำหรับข้าว ซึ่งจะเริ่มเก็บเกี่ยวในช่วงเดือนมีนาคมนี้ คาดว่าปีการผลิตนี้ทั้งนาปรังและนาปีจะมีผลผลิตรวมประมาณ 23 ล้านตันข้าวสาร โดยจะใช้มาตรการดูแลแตกต่างกันตามชนิดข้าว เน้นการชะลอการขาย การวิจัยพัฒนาให้แข่งขันได้ การลดต้นทุน เพิ่มพันธุ์ข้าวที่ตลาดต้องการ เชื่อมโยงตลาดทั้งในและต่างประเทศ ส่งเสริมการบริโภค เช่น เมนูข้าวกล่องราคาประหยัดผ่านตู้อัตโนมัติ และผลักดันการส่งออกตามคำสั่งซื้อแบบรัฐต่อรัฐ (G2G)
นอกจากนี้ ปีการผลิต 2569 ยังเตรียมยกระดับการปลูกข้าวคุณภาพสูงสู่ “ข้าวประณีต” เพิ่มมูลค่าเป็นอาหารสุขภาพ อาทิ ข้าวสูตรควบคุมน้ำตาล ข้าวสำหรับเด็กเล็ก และข้าวเพื่อการดูแลผิวพรรณ
ขณะเดียวกัน สินค้าเกษตรที่มีมูลค่าการค้าสูงสุดในปีที่ผ่านมา คือ ทุเรียน ซึ่งจะได้รับการดูแลเป็นพิเศษ เนื่องจากหากทุเรียนมีราคาดี จะส่งผลเชิงบวกต่อผลไม้ชนิดอื่น โดยคาดว่าปีนี้ผลผลิตจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 อยู่ที่ประมาณ 1.78 ล้านตัน จึงต้องเร่งแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงาน สารตกค้าง และตู้คอนเทนเนอร์ไม่เพียงพอ พร้อมวางแผนขยายตลาดใหม่และผลิตภัณฑ์แปรรูป ลดการพึ่งพาตลาดเดียว และกระตุ้นการบริโภคในประเทศอย่างต่อเนื่อง








