“สีหศักดิ์” ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ที่ฟิลิปปินส์ มุ่งพัฒนาความร่วมมือของอาเซียน ย้ำ ไทยเร่งแก้ไขปัญหาการหลอกลวงออนไลน์

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ (ASEAN Foreign Ministers’ Meeting: AMM Retreat) ณ เมืองเซบู ฟิลิปปินส์ ระหว่างวันที่ 28 – 29 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเป็นการประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนครั้งแรกของปี ในวาระการดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนของฟิลิปปินส์ ภายใต้แนวคิดหลัก “Navigating our Future, Together” ที่ประชุมได้แสดงความพร้อมที่จะสนับสนุนวาระสำคัญของประธานอาเซียนในปีนี้ ซึ่งมีเป้าหมายที่มุ่งจะพัฒนาความร่วมมือของอาเซียนเพื่อตอบสนองความท้าทายสำคัญของภูมิภาคท่ามกลางความผันผวนของการเมืองและเศรษฐกิจโลก บรรลุผลการเจรจาความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-แคนาดาและลงนามความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (Digital Economy Framework Agreement : DEFA) ในปีนี้ ส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจสีเขียวและความเชื่อมโยงด้านพลังงานในภูมิภาค เสริมสร้างความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศโดยนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้ และเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับภัยพิบัติ

ไทยเน้นย้ำความสำคัญของการยึดมั่นในระบบภูมิภาคนิยมและการเสริมสร้างความเข้มแข็งและคงไว้ซึ่งความสำคัญของอาเซียน เสนอแนวคิดการสนับสนุนการทำงานของประธานอาเซียนให้สามารถสานต่อนโยบายสำคัญได้อย่างต่อเนื่อง และรับมือกับประเด็นฉุกเฉินในภูมิภาคได้อย่างทันการณ์และมีประสิทธิภาพ รวมทั้งยืนยันความมุ่งมั่นของไทยต่อการแก้ไขปัญหาการหลอกลวงทางออนไลน์อย่างต่อเนื่องและจริงจัง โดยเสนอให้นำผลลัพธ์จากการประชุมนานาชาติที่ไทยจัดขึ้นเมื่อเดือนธันวาคม 2568 ไปดำเนินการต่อให้เกิดประโยชน์ตามกลไกและกระบวนการของอาเซียน

ในประเด็นเมียนมา ไทยได้ย้ำความจำเป็นที่อาเซียนจะต้องปรับแนวทางการดำเนินการและปฏิสัมพันธ์กับเมียนมาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันภายหลังการเลือกตั้งในเมียนมา รวมถึงยืนยันความพร้อมของไทยที่จะสนับสนุนให้ตำแหน่งผู้แทนพิเศษของประธานอาเซียนทำงานได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ และอำนวยความสะดวกให้เกิดการหารือระหว่างฝ่ายต่าง ๆ ของเมียนมาต่อไป นอกจากนี้ ที่ประชุมยินดีกับพัฒนาการไทย-กัมพูชา หลังจากที่ได้มีข้อตกลงหยุดยิงและการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee : GBC) สมัยพิเศษเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 และหวังจะเห็นสันติภาพที่ยั่งยืนในภูมิภาคต่อไป

ก่อนการประชุมดังกล่าว นายสีหศักดิ์ ได้เข้าร่วมการหารืออย่างไม่เป็นทางการแบบขยาย (Extended Informal Consultation) ในระดับรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน เพื่อหารือเกี่ยวกับการดำเนินการตามฉันทามติ 5 ข้อ (Five-Point Consensus: 5PC) การหารือดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้การนำของรัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์ในฐานะประธานอาเซียนปี 2569 ภายหลังจากการหารืออย่างไม่เป็นทางการ (Informal Consultation) ระหว่างประธานอาเซียนปัจจุบัน (ฟิลิปปินส์) ประธานอาเซียนปีก่อนหน้า (มาเลเซีย) และประธานอาเซียนปีถัดไป (สิงคโปร์) เพื่อติดตามและการดำเนินการตามฉันทามติ 5 ข้อ และหารือเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินการต่อสถานการณ์ในเมียนมา ซึ่งไทยได้แลกเปลี่ยนประเด็นสำคัญ อาทิ การเลือกตั้งในเมียนมา การกำหนดยุทธศาสตร์ในการผลักดันฉันทามติ 5 ข้อ และการเสริมประสิทธิภาพและความต่อเนื่องให้กับกลไกผู้แทนพิเศษ (Special Envoy) การหารืออย่างไม่เป็นทางการแบบขยายนี้ เป็นเวทีให้ประเทศสมาชิกอาเซียนร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นต่อสถานการณ์ในเมียนมา ซึ่งนับเป็นโอกาสในการหารืออย่างเปิดกว้าง สร้างสรรค์ และเน้นย้ำถึงความเป็นเอกภาพของอาเซียน

สำหรับการหารือระดับทวิภาคี ที่ได้ใช้โอกาสในช่วง 2 วันของการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการครั้งนี้ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้มีโอกาสพบหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของประเทศสมาชิกอาเซียนหลายประเทศ

ทั้งการพบหารือกับ นายเล หว่าย จุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเวียดนาม ทั้งสองประเทศได้หารือเกี่ยวกับกิจกรรมเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – เวียดนามในปี 2569 การแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงและการประชุมในกรอบทวิภาคี ตลอดจนความร่วมมือทางเศรษฐกิจ โดยฝ่ายไทยขอรับการสนับสนุนธุรกิจของเอกชนไทยในเวียดนาม นอกจากนี้ ฝ่ายไทยยังได้ถือโอกาสขอบคุณที่เวียดนามได้ดูแลภาคเอกชนไทยในเวียดนามเป็นอย่างดี และเห็นพ้องที่จะร่วมกันเพิ่มความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ ตามยุทธศาสตร์ความเชื่อมโยง 3 ด้าน เพื่อเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน เศรษฐกิจท้องถิ่น การพัฒนาอย่างยั่งยืน และเศรษฐกิจสีเขียว ทั้งสองฝ่ายยังตกลงที่จะจัดทำแผนปฏิบัติการภายใต้ความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน เพื่อแปลงวิสัยทัศน์ไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ ได้หารือกับนางสาวมาเรีย เทเรซ่า พี ลาซาโร่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศฟิลิปปินส์ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องส่งเสริมการเยือนระดับสูงในปีนี้และเพิ่มความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ อาทิ ความมั่นคงทางอาหาร และการสนับสนุนเอกชนไทยในฟิลิปปินส์ รวมทั้งจะผลักดันเพิ่มความร่วมมือในระดับอาเซียนเพื่อปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ที่เป็นภัยคุกคามร่วมกันของทุกประเทศสมาชิก นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ในภูมิภาค อาทิ สถานการณ์ไทย – กัมพูชา พัฒนาการในเมียนมาภายหลังการเลือกตั้ง และประเด็นทะเลจีนใต้

ส่วนการพบหารือกับ ดาโตะ เอรีวัน เปฮิน ยูซอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศบรูไนดารุสซาลาม คนที่ 2 ได้แสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ที่ทรงมีข้อความพระราชสาส์นแสดงความห่วงใยไปยังสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไนดารุสซาลาม หลังจากที่ทรงเข้ารับการผ่าตัดพระชานุ (เข่า) รวมถึงขอบคุณสำหรับข้อความถวายพระพรจากนายกรัฐมนตรี โดยทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องที่จะแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูง และเดินหน้าหารือกลไกทวิภาคี โดยจะจัดประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศ เพื่อทบทวนและผลักดันประเด็นความร่วมมือที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะความมั่นคงทางอาหารของบรูไน และเศรษฐกิจในสาขาที่สำคัญสำหรับอนาคต

สำหรับการหารือกับ ดร. วิเวียน บาลากริชนัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ ทั้งสองฝ่ายเล็งเห็นถึงศักยภาพในการขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะด้านการลงทุนที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง อีกทั้งเห็นพ้องที่จะร่วมกันส่งเสริมความเข้มแข็งในระดับภูมิภาค และร่วมมือกันแก้ไขปัญหาการหลอกลวงออนไลน์

นอกจากนี้ยังได้หารือทวิภาคีกับนายทองสะหวัน พมวิหาน รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ สปป.ลาว รัฐมนตรีทั้งสองยินดีที่ความสัมพันธ์ไทย – สปป. ลาว มีความเข้มแข็งและใกล้ชิด และได้หารือเกี่ยวกับการเตรียมการเยือนระดับสูงในอนาคต ความร่วมมือด้านพลังงาน และโครงการความเชื่อมโยงสำคัญต่างๆ อาทิ โครงการก่อสร้างสะพานรถไฟแห่งใหม่ที่จังหวัดหนองคาย – เวียงจันทน์ และข้อเสนอโครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 6 (อุบลราชธานี-สาละวัน)

ทั้งนี้ ประเทศไทยได้ใช้โอกาสในการหารือทวิภาคีกับประเทศต่างๆ เพื่อชี้แจงพัฒนาการล่าสุดของสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา และได้หยิบยกประเด็นพัฒนาการในเมียนมาภายหลังการเลือกตั้ง โดยชี้ให้เห็นว่า การเลือกตั้งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองและกระบวนการสันติภาพ และอาเซียนควรมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนให้เมียนมาเดินหน้ากระบวนการสันติภาพต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง