กรมวิชาการเกษตร เดินหน้าบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ปราบปรามการลักลอบจำหน่ายสินค้าเกษตรและวัตถุอันตรายทางการเกษตรที่ผิดกฎหมาย โดยเฉพาะการจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อคุ้มครองเกษตรกรไม่ให้ตกเป็นผู้รับความเสี่ยงจากการใช้สารเคมีที่ไม่ได้มาตรฐาน ลดความเสียหายต่อผลผลิตและต้นทุนการผลิต รวมถึงสร้างความเป็นธรรมให้แก่ผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหา “สินค้าเถื่อน–สารเถื่อน” อย่างจริงจัง เพื่อยกระดับความปลอดภัยด้านสุขภาพของเกษตรกรและผู้บริโภค รักษามาตรฐานสินค้าเกษตรของไทย และเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบการผลิตและการค้าสินค้าเกษตรของประเทศในระยะยาว พร้อมย้ำว่า การซื้อขายวัตถุอันตรายทางการเกษตรที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน ไม่ว่าจะผ่านช่องทางใด ถือเป็นความผิดตามกฎหมาย และจะถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่สารวัตรเกษตร กลุ่มสารวัตรเกษตร สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตร ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง เข้าตรวจค้นและจับกุมร้านค้าออนไลน์ที่ลักลอบจำหน่ายวัตถุอันตรายทางการเกษตรชนิดที่ 3 ซึ่งเป็นวัตถุอันตรายที่กฎหมายกำหนดให้ต้องขึ้นทะเบียนและได้รับอนุญาตก่อนจำหน่าย ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากการสืบสวนพบการลักลอบจำหน่ายสารเคมีกำจัดแมลงที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ จึงได้ประสานกำลังเข้าตรวจค้นร้านค้าเคมีเกษตรแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี
จากการตรวจค้น พบวัตถุอันตรายทางการเกษตรที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนรวม 16 รายการ มูลค่าความเสียหายประมาณ 140,000 บาท โดยของกลางส่วนใหญ่เป็นสารเคมีกำจัดแมลง อาทิ คาร์โบซัลแฟน ไตรอะโซฟอส อิมิดาโคลพริด อะเซทรามีพริด คลอร์ฟีนาเพอร์ คลอแรนทรานิลิโพรล และบูโพรเฟซิน เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดและอายัดของกลางทั้งหมด พร้อมส่งตัวอย่างตรวจวิเคราะห์ และรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดตามกฎหมายต่อไป








