ในวันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นวันที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดให้เป็นวันลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง (ล่วงหน้า) ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. กกต. จึงขอความร่วมมือประชาชนและผู้เกี่ยวข้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสุจริตและเรียบร้อย
โดยได้เน้นย้ำข้อห้ามต่าง ๆ ดังนี้
ห้ามมิให้ผู้สมัคร พรรคการเมือง ผู้ช่วยหาเสียงหรือผู้ใดดำเนินการ ดังนี้
1. ตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม 2569 เวลา 18.00 น. ถึง วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 18.00 น. ห้ามผู้ใดขาย จำหน่าย จ่าย แจก จัดเลี้ยงสุราทุกชนิด (มาตรา 147 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561)
2. วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ห้ามผู้สมัคร พรรคการเมือง ผู้ช่วยหาเสียงของผู้สมัคร หรือพรรคการเมือง หรือผู้ใด แจกเอกสาร วีดิทัศน์เกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้ง ใช้พาหนะที่ติดป้ายหาเสียง เครื่องขยายเสียง
เพื่อช่วยในการหาเสียง จัดเวทีหาเสียง ณ สถานที่เลือกตั้งกลางหรือบริเวณใกล้เคียงกับที่เลือกตั้งกลาง (ข้อ 5 ของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ณ ที่เลือกตั้งกลาง ในวันออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง พ.ศ. 2562)
ห้ามผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้สมัครรับเลือกตั้ง และพรรคการเมือง กระทำเข้าข่ายการซื้อสิทธิขายเสียง
ซึ่งเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายเลือกตั้งและมีโทษทางอาญาอย่างร้ายแรง แยกเป็น
กรณีผู้ซื้อสิทธิ
ห้ามผู้สมัครหรือผู้ใดกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้สมัครอื่น หรือบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใด ให้งดเว้นการลงคะแนนให้แก่ผู้สมัคร หรือบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใด หรือการชักชวนให้ไปลงคะแนนไม่เลือกผู้ใดเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้
(1) จัดทำ ให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ ทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใด
อันอาจคำนวณเป็นเงินได้แก่ผู้ใด
(2) ให้ เสนอให้ หรือสัญญาว่าจะให้เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อม
แก่ชุมชน สมาคม มูลนิธิ วัด สถานศึกษา สถานสงเคราะห์ หรือสถาบันอื่นใด
(3) ทำการโฆษณาหาเสียงด้วยการจัดให้มีมหรสพหรือการรื่นเริงต่าง ๆ
(4) เลี้ยงหรือรับจะจัดเลี้ยงผู้ใด
(5) หลอกลวง บังคับ ขู่เข็ญ ใช้อิทธิพลคุกคาม ใส่ร้ายด้วยความเท็จ หรือจูงใจให้เข้าใจผิด ในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง
ผู้ฝ่าฝืน ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1–10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000–200,000 บาท หรือทั้งจำ
ทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด 20 ปี ในกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษผู้กระทำความผิด ให้ศาลสั่งจ่ายเงินสินบนนำจับไม่เกินกึ่งหนึ่งจากจำนวนเงินค่าปรับแก่ผู้แจ้งความนำจับ
กรณีผู้ขายเสียง
ห้ามผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ใดเรียก รับ หรือยอมจะรับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่น เพื่อลงคะแนนหรืองดเว้น ไม่ลงคะแนน ผู้ฝ่าฝืน ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000–100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด 10 ปี ในกรณีที่ผู้ฝ่าฝืนเป็นผู้รับหรือยอมจะรับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด ถ้าได้แจ้งถึงการกระทำดังกล่าวต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือผู้ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งมอบหมายก่อนถูกจับกุม ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษและไม่ต้องถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง และจะได้รับความคุ้มครองและกันไว้เป็นพยาน
นอกจากนี้ กกต. ยังได้ออกข้อห้ามและให้หลีกเลี่ยงพฤติกรรมต้องห้ามดังต่อไปนี้
- ผู้ไม่มีสิทธิเลือกตั้ง ห้ามลงคะแนนแทนผู้อื่น
- ห้ามจงใจทำให้บัตรเลือกตั้งชำรุด หรือเสียหาย หรือให้เป็นบัตรเสีย
- ผู้ไม่มีสัญชาติไทย ห้ามมีส่วนร่วมในการหาเสียง
- ห้ามเล่นหรือชักชวนเล่นพนันเกี่ยวกับผลการเลือกตั้ง
- ห้ามหาเสียงตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันก่อนวันเลือกตั้งหนึ่งวันจนสิ้นสุดวันเลือกตั้ง
- ห้ามถ่ายภาพหรือบันทึกภาพบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนแล้ว
- ห้ามเผยแพร่ข้อมูลเท็จที่กระทบต่อความสุจริตของการเลือกตั้ง
- ห้ามจงใจทำเครื่องหมายเพื่อเป็นที่สังเกตไว้ที่บัตรเลือกตั้ง
- ห้ามนำบัตรเลือกตั้งออกไปจากที่เลือกตั้ง
- ห้ามขัดขวางหรือหน่วงเหนี่ยวไม่ให้ผู้อื่นไปใช้สิทธิเลือกตั้ง
- ห้ามเปิดเผยหรือเผยแพร่ผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการออกเสียงลงคะแนน
ในระหว่างเวลา 7 วันก่อนวันเลือกตั้งจนถึงเวลาปิดการออกเสียงลงคะแนน - ห้ามจัดยานพาหนะนำผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปหรือกลับที่เลือกตั้งเพื่อการออกเสียงลงคะแนนโดยไม่ต้องเสียค่าโดยสารหรือค่าจ้างซึ่งต้องเสียตามปกติ
- ห้ามใช้บัตรอื่นที่ไม่ใช่บัตรเลือกตั้งเพื่อออกเสียงลงคะแนน
- ห้ามนำบัตรลงคะแนนเลือกตั้งที่ออกเสียงลงคะแนนแล้วแสดงต่อผู้อื่น
อย่างไรก็ตาม การฝ่าฝืนข้อห้ามเหล่านี้มีความผิดและมีโทษตามกฎหมายเลือกตั้ง
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและติดตามข้อมูลข่าวสารการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ ได้ที่เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง www.ect.go.th หรือสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด หรือบริการสายด่วน 1444








