กรมทรัพย์สินทางปัญญาประกาศขึ้นทะเบียน “กุ้งมังกร 7 สีภูเก็ต” เป็นสินค้า GI การันตีคุณภาพระดับพรีเมียม

กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ประกาศขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) “กุ้งมังกร 7 สีภูเก็ต” หรือ Phuket Lobster สินค้าอัตลักษณ์พื้นถิ่นจากท้องทะเลอันดามัน เพื่อคุ้มครองชื่อเสียงและแหล่งกำเนิดสินค้า พร้อมยกระดับคุณภาพสู่ตลาดพรีเมียม และต่อยอดการท่องเที่ยวเชิงอาหารของจังหวัดภูเก็ต

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กุ้งมังกร 7 สีภูเก็ต นับเป็นสินค้า GI ลำดับที่ 4 ของจังหวัดภูเก็ต ต่อจากสับปะรดภูเก็ต ส้มควายภูเก็ต และมุกภูเก็ต สะท้อนความสำเร็จในการยกระดับสินค้าประมงพื้นบ้านให้ได้รับการคุ้มครองอย่างเป็นระบบ ทั้งด้านคุณภาพ มาตรฐาน และแหล่งที่มา โดยกุ้งมังกร 7 สีภูเก็ตถือเป็นสินค้าที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ และเป็นสัญลักษณ์การท่องเที่ยวเชิงอาหารของจังหวัดมาอย่างยาวนาน

ความโดดเด่นของกุ้งมังกร 7 สีภูเก็ต เกิดจากสภาพภูมิศาสตร์ที่รายล้อมด้วยทะเลอันดามันซึ่งอุดมสมบูรณ์ มีระดับความเค็มของน้ำเหมาะสม และกระแสน้ำหมุนเวียนจากอิทธิพลน้ำขึ้นน้ำลง ทำให้กุ้งได้รับสารอาหารจากธรรมชาติอย่างเต็มที่ อีกทั้งต้องเคลื่อนไหวต้านกระแสน้ำอยู่ตลอด ส่งผลให้มีมวลกล้ามเนื้อแน่น ผสานกับภูมิปัญญาของเกษตรกรที่นำมาเพาะเลี้ยงในกระชัง และเสริมอาหารด้วยหอยพื้นถิ่นที่มีแคลเซียมสูง ช่วยให้กุ้งลอกคราบสมบูรณ์ แข็งแรง และเติบโตดี

กุ้งมังกร 7 สีภูเก็ต มีลักษณะเด่นคือ ลำตัวขนาดใหญ่ น้ำหนักไม่น้อยกว่า 500 กรัม เปลือกส่วนหัวแข็งหนา หนวดยาวแข็งแรง ปล้องท้องเรียบไม่มีร่องขวาง หางแผ่เป็นรูปพัด ลำตัวมีสีเขียวหรือสีน้ำทะเล มีแถบสีน้ำตาลหรือสีดำคาดขวาง และมีจุดสีส้มบริเวณส่วนหัว โดยทั้งตัวปรากฏสีสันไม่น้อยกว่า 7 สี อาทิ สีเขียว สีส้ม สีน้ำเงิน สีม่วง สีชมพู สีครีม และสีดำ เนื้อกุ้งแน่นใส นุ่มเด้ง รสชาติหวาน มีมันกุ้งมาก ไม่มีกลิ่นคาว นิยมบริโภคทั้งแบบสดเป็นซาซิมิ หรือปรุงสุกด้วยการย่างและอบ ซึ่งยังคงเนื้อสัมผัสนุ่มไม่กระด้าง

จากข้อมูลด้านการตลาด กุ้งมังกร 7 สีภูเก็ต มีศักยภาพสูงและเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค ปริมาณการผลิตเฉลี่ยต่อปีประมาณ 21,670 กิโลกรัม ราคาจำหน่ายสูงถึงกิโลกรัมละประมาณ 3,000 บาท สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 65 ล้านบาทต่อปี ด้วยคุณภาพและชื่อเสียงที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน จึงได้รับสมญา “ฟัวกราส์แห่งท้องทะเล (Foie Gras of the Sea)” และเคยได้รับเลือกเป็นหนึ่งในเมนูสำหรับการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ปี 2565 รวมถึงได้รับการยอมรับจากร้านอาหารระดับมิชลินและโรงแรมหรู ทั้งในและต่างประเทศ

ด้านนายปวริศน์ ราชรักษ์ ผู้ประกอบการเจ้าของแพกุ้งมังกร 7 สีภูเก็ต ระบุว่า การได้รับการขึ้นทะเบียน GI ถือเป็นความภาคภูมิใจของชาวภูเก็ต และเป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มมูลค่าและความน่าเชื่อถือของสินค้า ทำให้ผู้บริโภคมั่นใจในคุณภาพและแหล่งที่มา อีกทั้งช่วยสนับสนุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและธุรกิจอาหารในพื้นที่ สร้างรายได้และความเข้มแข็งให้ชุมชนประมงอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะเดินหน้าส่งเสริมการจัดทำระบบควบคุมคุณภาพสินค้า GI เพื่อรักษามาตรฐานการผลิตกุ้งมังกร 7 สีภูเก็ตให้คงที่ พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่น ผลักดันการท่องเที่ยวเชิงอาหาร และขยายตลาดพรีเมียม เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนของจังหวัดภูเก็ตอย่างต่อเนื่อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง