เชียงใหม่ติดตั้งกล้อง CCTV 360 องศา นำร่องพื้นที่เสี่ยง เสริมประสิทธิภาพป้องกันไฟป่าและฝุ่น PM2.5

ศูนย์ประชาสัมพันธ์ร่วมจังหวัดเชียงใหม่ รายงานว่า จังหวัดเชียงใหม่เดินหน้าใช้เทคโนโลยีสนับสนุนภารกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 โดยดำเนินการติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ประสิทธิภาพสูง เพื่อใช้ตรวจจับกลุ่มควันและเฝ้าระวังการลักลอบเข้าพื้นที่ป่าในพื้นที่เสี่ยงสำคัญของจังหวัด

ปัจจุบันได้ติดตั้งกล้อง CCTV แบบหมุนได้ 360 องศา ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ ซึ่งเป็นพื้นที่นำร่อง “แม่ตะไคร้–แม่วาง” โดยแบ่งการใช้งานออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ได้แก่ การตรวจหาไฟและกลุ่มควันแบบเรียลไทม์ ติดตั้งในพื้นที่เสี่ยง 3 จุด คือ บริเวณป่าเหนือเขื่อนแม่กวง อำเภอดอยสะเก็ด ดอยนางเมาะ อำเภอสันกำแพง และดอยเวียง–ดอยขะม้อ อำเภอบ้านธิ เพื่อส่งภาพและข้อมูลไปยังศูนย์ควบคุมทันทีเมื่อพบความผิดปกติ

อีกส่วนหนึ่งเป็นการติดตั้งกล้องเพื่อตรวจสอบการเข้า–ออกพื้นที่ป่า บริเวณเส้นทางยุทธศาสตร์ อาทิ เส้นทางแม่ผาแหน–ดอยนางเมาะ และเส้นทางผาแดง–ผาม่าน เพื่อป้องปรามและลดการลักลอบเผาป่าในพื้นที่ต้นน้ำและพื้นที่ป่าอนุรักษ์

จากการสำรวจความต้องการ พบว่าหน่วยงานอุทยานแห่งชาติในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่มีความต้องการติดตั้งกล้องเพิ่มเติมรวมกว่า 200 จุด เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยงมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ–ปุย ประมาณ 100 จุด อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ 25 จุด อุทยานแห่งชาติขุนขาน 20 จุด อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก 17 จุด รวมถึงพื้นที่อื่น ๆ เช่น ออบหลวง แม่ปิง ออบขาน และแม่วาง

อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานยังมีข้อจำกัดสำคัญ ทั้งด้านเทคนิคที่ระบบกล้องจำเป็นต้องใช้สัญญาณอินเทอร์เน็ตที่มีความเสถียร รวมถึงมีค่าใช้จ่ายรายเดือน และปัญหาด้านความปลอดภัยของอุปกรณ์ โดยบางพื้นที่เคยประสบปัญหากล้องถูกขโมย ทำให้ไม่สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ในพื้นที่ที่ยังไม่สามารถติดตั้งระบบกล้อง หรือพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการสูญหายของอุปกรณ์ ได้เน้นการจัดเจ้าหน้าที่ประจำจุดเฝ้าระวัง และเพิ่มความถี่ในการลาดตระเวนควบคู่กันไป โดยจังหวัดเชียงใหม่คาดหวังว่าการบูรณาการเทคโนโลยี CCTV ร่วมกับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ภาคสนาม จะช่วยลดจำนวนจุดความร้อน และแก้ไขปัญหาการเผาป่าได้อย่างแม่นยำ รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง