เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการมาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ไทยในประเทศ โดยสนับสนุนเงินคืน “Cash Rebate” ร้อยละ 15 ของค่าใช้จ่ายในการผลิต สำหรับกองถ่ายทำภาพยนตร์ ละคร และซีรีส์ไทย ที่มีการลงทุนในประเทศตั้งแต่ 15 ล้านบาทขึ้นไป กรณีภาพยนตร์มีค่าใช้จ่ายในการผลิตต่อเรื่องตั้งแต่ 40 ล้านบาทขึ้นไป แต่ไม่ถึง 50 ล้านบาท สามารถยื่นขอรับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม ร้อยละ 2.5 หรือมีค่าใช้จ่ายในการผลิตต่อเรื่องตั้งแต่ 50 ล้านบาทขึ้นไป สามารถยื่นขอรับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม ร้อยละ 5 และเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568 คณะรัฐมนตรียังได้มีมติเห็นชอบในหลักการมาตรการส่งเสริมการจ้างผลิตคอนเทนต์ของต่างชาติ ตามที่กระทรวงวัฒนธรรมเสนอ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการกระตุ้นการสร้างรายได้จากต่างประเทศ ผ่านการจ้างงานให้ผู้ประกอบการไทยผลิตดิจิทัลคอนเทนต์ ส่งเสริมศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในระดับนานาชาติ เป็นการจ้างแรงงานไทยเพื่อพัฒนาทักษะการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และยังดึงดูดการลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น ทำให้ประเทศไทยเป็นหมุดหมายในการจ้างงานหลักในอุตสาหกรรม โดยบริษัทต่างชาติที่ต้องการจ้างผลิตดิจิทัลคอนเทนต์ต้องเป็นบริษัทที่มีสัญญาจ้างบริษัทของไทยวงเงิน ตั้งแต่ 5,000,000 บาทขึ้นไปต่อสัญญา และผู้ประกอบการไทยที่รับจ้างผลิตดิจิทัลคอนเทนต์ต้องเป็นนิติบุคคลด้านแอนิเมชัน วิชวลเอฟเฟกต์ (Visual Effects) และงานหลังการผลิต (Post-Production การตัดต่อ ภาพ เสียง เป็นต้น) มีผู้ถือหุ้นและกรรมการกึ่งหนึ่งต้องเป็นคนไทย เปิดกิจการไม่น้อยกว่า 2 ปี มีค่าใช้จ่ายจ้างพนักงานไทยไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 และมีสำนักงานตั้งอยู่ในประเทศไทย โดยบริษัทต่างชาตินั้นจะได้รับสิทธิประโยชน์เป็นเงินสนับสนุนร้อยละ 20 ของค่าจ้าง
มาตรการดังกล่าวเป็นที่ชื่นชมของบรรดานักผลิตคอนเทนต์ ซีรีส์ ภาพยนตร์ เป็นอย่างมาก โดยเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 นายสุภาพ คลี่ขจาย นายกสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) พร้อมด้วยตัวแทนจากสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ และภาคเอกชนเข้าพบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อแสดงความขอบคุณต่อภาครัฐ ในการเดินหน้า “มาตรการ Cash Rebate” ส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ไทย ละคร ซีรีส์ และมิวสิกวิดีโอในประเทศ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย ละคร ซีรีส์ และมิวสิกวิดีโอไทย ให้สามารถแข่งขันได้ในระดับนานาชาติ
นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้ประกาศ Kick Off การใช้อย่างเป็นทางการ 2 มาตรการสำคัญเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมคอนเทนต์ของประเทศ ได้แก่ 1. มาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ไทยในประเทศ และ 2. มาตรการส่งเสริมการจ้างผลิตดิจิทัลคอนเทนต์ของต่างชาติ โดยมีผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหารอุตสาหกรรมภาพยนตร์และดิจิทัลคอนเทนต์ ผู้บริหารสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ ผู้แทนสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย ผู้แทนสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ผู้แทนสมาคมส่งเสริมคอนเทนต์วายไทย ผู้แทนอุตสาหกรรมเพลง ผู้แทนสมาคมผู้ประกอบการแอนิเมชั่นและคอมพิวเตอร์กราฟิกส์ไทย ผู้แทนสมาคมดิจิทัลคอนเทนต์ไทย ศิลปินดารา นักร้อง และสื่อมวลชนเข้าร่วม ณ SCBX Next Stage ศูนย์การค้าสยามพารากอน
นางสาวซาบีดา กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีเห็นชอบ 2 มาตรการสำคัญของกระทรวงวัฒนธรรมเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมภาพยนตร์และดิจิทัลคอนเทนต์ไทย เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างรายได้ การจ้างงาน และผลักดันคอนเทนต์ไทยสู่เวทีโลก ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรมให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ละคร ซีรีส์ มิวสิกวิดีโอ และดิจิทัลคอนเทนต์ อันเป็นหนึ่งในกลไกหลักของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ ทั้งในมิติการสร้างรายได้ การจ้างงาน การพัฒนาทักษะ และการส่งออกทุนทางวัฒนธรรมไทยสู่เวทีโลก มาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ไทยในประเทศ เป็นมาตรการที่สนับสนุนผู้ประกอบการไทยโดยตรง ครั้งแรกของประเทศไทย ในลักษณะการคืนเงินสนับสนุน ร้อยละ 15 – 30 ของค่าใช้จ่ายในการผลิตต่อเรื่อง โดยกำหนดสิทธิประโยชน์หลักร้อยละ 15 สำหรับการผลิตที่มีวงเงิน ตั้งแต่ 15 ล้านบาทขึ้นไป
มาตรการดังกล่าวมุ่งหวังให้เกิดการผลิตคอนเทนต์ไทยที่มีคุณภาพสูงขึ้น มีทุนสร้างระดับสากลมากขึ้นและสร้างความต่อเนื่องด้านการจ้างงานในอุตสาหกรรม พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง มาตรการส่งเสริมการจ้างผลิตดิจิทัลคอนเทนต์ของต่างชาติ เป็นมาตรการดึงดูดผู้ประกอบการและบริษัทต่างชาติให้เข้ามาจ้างผู้ประกอบการไทยผลิตงานดิจิทัลคอนเทนต์ในประเทศ ครอบคลุมงาน แอนิเมชัน วิชวลเอฟเฟกต์ และงานหลังการผลิต (Post-production) โดยภาครัฐสนับสนุน ร้อยละ 20 ของเงินค่าจ้างตามสัญญา สำหรับบริษัทต่างชาติ ที่จ้างผู้ประกอบการไทย และกำหนดวงเงินสัญญา ตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไปต่อสัญญา มาตรการนี้จะช่วยสร้างงานและพัฒนาทักษะแรงงานไทย โดยเฉพาะนักศึกษาและผู้สำเร็จการศึกษาใหม่ ให้มีโอกาสเรียนรู้การทำงานจริงร่วมกับผู้เชี่ยวชาญระดับสากล เกิดการถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และมาตรฐานการผลิตระดับโลก ช่วยลดการไหลออกของแรงงาน เพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุน และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการจ้างผลิตดิจิทัลคอนเทนต์ของโลก








