เจ้าหน้าที่กองบริหารจัดการกากอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ตรวจสอบตู้สินค้าต้องสงสัยที่คาดว่าอาจเป็นการนำเจ้าเศษโลหะปะปนขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-waste) หลังได้รับแจ้งเตือนจากเครือข่าย BAN (Basel Action Network) เกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายข้ามแดน หรือการค้าขยะแบบผิดกฎหมายของสินค้าที่มีความเสี่ยงเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์และขยะพลาสติก ต้นทางจากสหรัฐอเมริกา ระบุปลายทางเป็นท่าเรือแหลมฉบัง ประเทศไทย
โดยสำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง แจ้งกักสินค้าเฝ้าระวังตามใบตราส่งสินค้า จำนวน 3 หมายเลข รวม 8 ตู้สินค้า สำแดงสินค้าเป็นเศษอลูมิเนียม (Aluminum Scrap) ผลการตรวจสอบพบเศษอะลูมิเนียมอัดก้อน จำนวน 7 ตู้สินค้า และอีก 1 ตู้สินค้า พบเป็นอะลูมิเนียมปะปนเศษแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ที่มีการปนเปื้อนโลหะหนัก เข้าข่ายเป็นของเสียอันตราย ภายใต้อนุสัญญาบาเซล ว่าด้วยการควบคุมการเคลื่อนย้ายข้ามแดนของของเสียอันตรายและการกำจัด (Basel Convention on the Control of Transboundary Movements of Hazardous Wastes and Their Disposal)
และเข้าข่ายเป็นของเสียเคมีวัตถุ (Chemical Wastes) ลำดับที่ 2.18 จัดเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ที่ต้องขออนุญาตนำเข้าตามกฎหมายว่าด้วย วัตถุอันตรายที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมรับผิดชอบ และเป็นของต้องห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักร ตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้ขยะอิเล็กทรอนิกส์เป็นสินค้าที่ต้องห้ามในการนำเข้ามาใน ราชอาณาจักร พ.ศ. 2568
เจ้าหน้าที่จึงให้ส่งสินค้าดังกล่าว กลับไปยังประเทศต้นทาง เนื่องจากเป็นการนำเข้าและนำผ่านโดยไม่ได้รับอนุญาตและถือเป็นการเคลื่อนย้ายข้ามแดนแบบผิดกฎหมายภายใต้อนุสัญญาบาเซลฯ พร้อมกำชับให้บริษัทเอกชนผู้นำเข้า เร่งดำเนินการตามขั้นตอนที่อนุสัญญาบาเซลฯ กำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้ประเทศไทยกลายเป็นถังขยะของโลก








