นางนิยดา เสนีย์มโนมัย รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ชี้แจงถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับประสิทธิภาพในการนำเงินกองทุนประกันสังคมไปลงทุน รวมถึงความสมเหตุสมผลและความคุ้มค่าในการใช้จ่ายเงินกองทุน โดยยืนยันว่า การลงทุนยึดถือตามกรอบระเบียบการลงทุนอย่างเคร่งครัด มุ่งเน้นความมั่งคงของกองทุน ในอดีตลงทุนในหลักทรัพย์มั่นคงสูงถึงร้อยละ 80 หลักทรัพย์เสี่ยงร้อยละ 20 จึงทำให้ผลตอบแทนที่ได้รับไม่สูงนัก แต่ปัจจุบันปรับการลงทุนในหลักทรัพย์เสี่ยงไม่เกินร้อยละ 40 เพื่อสร้างดอกผลเพิ่มขึ้น
ส่วนการเลือกหลักทรัพย์เข้าพอร์ตที่ถูกวิจารณ์ว่าคุณภาพต่ำหรือประสบภาวะขาดทุน (ติดดอย) เช่นกรณีการลงทุนในกองทุน TU Dome เป็นการลงทุนในช่วงปี 2548-2549 หรือช่วงแรกที่มีการลงทุนหลักทรัพย์เสี่ยง โดยช่วงแรกผลตอบแทนเป็นที่น่าพอใจ ส่วนการตัดสินใจขายตัดขาดทุน (Cut Loss) เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน เพราะในช่วงหลังกองทุนทูโดมจ่ายเงินปันผลคืนกลับให้กองทุนได้แล้ว ส่วนการเปิดเผยพอร์ตการลงทุนรายตัว อาจส่งผลกระทบต่อตลาดทุนของประเทศ หรือเป็นการชี้นำนักลงทุนรายย่อยได้ ประกันสังคมจึงเปิดพอร์ตลงทุนเฉพาะ 10 อันดับแรกที่มีสัดส่วนการลงทุนสูงสุด เพื่อไม่ให้กระทบตลาดทุน
ส่วนการตั้งคำถามว่าหากผลตอบแทนการลงทุนดี เหตุใดจึงต้องจัดเก็บเงินสมทบเพิ่มขึ้นจากสูงสุด 750 บาท เป็น 875 บาท ย้ำว่า ไม่ได้จัดเก็บเพิ่มจากผู้ประกันตนทุกคน มีผลเฉพาะกลุ่มที่มีค่าจ้างเกิน 15,000 บาทขึ้นไป ทั้งนี้เพื่อเพิ่มเงินบำนาญชราภาพและสิทธิประโยชน์อื่นให้สอดคล้องกับค่าครองชีพปัจจุบัน ตามข้อเรียกร้องของผู้ประกันตน
ส่วนข้อวิจารณ์เรื่องการใช้งบประมาณไปกับการดูงานต่างประเทศ การจัดซื้อปากกาของที่ระลึก การตัดชุดสูท หรือการติดตั้งป้ายบิลบอร์ดใจกลางกรุงเทพฯ น.ส.กาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคมกำหนดนโยบายปฏิรูปครั้งใหญ่ (สังคายนา) ในการจัดทำคำขอเสนอตั้งแต่ปีงบประมาณปี 2570 เป็นต้นไป ทุกรายการค่าใช้จ่ายจะต้องสามารถตอบคำถามสังคมและผู้ประกันตนได้ชัดเจนว่าเกิดประโยชน์ต่อผู้ประกันตนอย่างไร ทั้งในทางตรงหรือทางอ้อม พร้อมขอขอบคุณทุกคำตำหนิและข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์เพื่อนำไปพัฒนางานประกันสังคมให้ดีขึ้น
ส่วนความเป็นไปได้ในการปรับลดเพดานการใช้จ่ายเงินกองทุนฯ ตามระเบียบกำหนดไว้ร้อยละ 10 ของเงินสมทบประจำปี ปัจจุบันมีการใช้จริงเพียงร้อยละ 2-3 อาจพิจารณาเปลี่ยนไปใช้สัดส่วนจากดอกผลการลงทุนแทน เพื่อสร้างแรงจูงใจในการเพิ่มกำไรให้กองทุน ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและปลัดกระทรวงแรงงานได้รับทราบและพร้อมเดินหน้าปรับโครงสร้างประกันสังคม โดยจะนำข้อมูลทั้งหมดไปใช้ในคณะทำงานศึกษาการปรับโครงสร้างต่อไป








