แพทย์แนะผู้ปกครองและสถานศึกษาเข้มสุขอนามัย ลดเสี่ยงติดเชื้อโนโรไวรัสในเด็ก

นายแพทย์ธนินทร์ เวชชาภินันท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า โนโรไวรัสเป็นสาเหตุสำคัญของการอักเสบติดเชื้อในระบบทางเดินอาหารที่พบได้บ่อยในเด็ก เชื้อสามารถแพร่กระจายได้รวดเร็ว แม้ได้รับในปริมาณน้อย เนื่องจากทนต่อความร้อนและน้ำยาฆ่าเชื้อหลายชนิด โดยอาการมักเกิดภายใน 12–48 ชั่วโมง ได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน ถ่ายเป็นน้ำ ปวดท้อง อาจมีไข้ ปวดศีรษะ และอ่อนเพลีย ทั้งนี้ เด็กเล็กและผู้สูงอายุมีความเสี่ยงเกิดภาวะขาดน้ำ ส่วนใหญ่อาการจะดีขึ้นเองภายใน 1–3 วัน

ด้าน นายแพทย์อาคม ชัยวีระวัฒนะ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ระบุว่า ปัจจุบันยังไม่มียารักษาเฉพาะสำหรับโนโรไวรัส การดูแลรักษาเป็นไปตามอาการ ผู้ป่วยที่อาการไม่รุนแรงควรดื่มน้ำเกลือแร่ รับประทานอาหารอ่อน และใช้ยาตามอาการ หากมีอาการอาเจียนหรือถ่ายอย่างต่อเนื่อง หรือมีภาวะขาดน้ำรุนแรง ควรเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเพื่อให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดและติดตามอาการอย่างใกล้ชิด

ขณะที่ พญ.วารุณี พรรณพานิช วานเดอพิทท์ กุมารแพทย์โรคติดเชื้อ แนะนำให้สถานศึกษาและศูนย์เด็กเล็กเน้นมาตรการป้องกัน โดยให้เด็กล้างมือด้วยน้ำและสบู่เป็นประจำ ทำความสะอาดพื้นและสิ่งแวดล้อมด้วยโซเดียมไฮโปคลอไรด์ และหลีกเลี่ยงการใช้แอลกอฮอล์ 70% เนื่องจากเชื้อมีความทนทานต่อแอลกอฮอล์ นอกจากนี้ ควรให้เด็กที่ป่วยแยกตัวรักษาที่บ้านอย่างน้อย 48 ชั่วโมงหลังอาการดีขึ้น เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อ หากอาการไม่ดีขึ้นควรพบแพทย์ทันที

ข่าวที่เกี่ยวข้อง