นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยสำนักการจราจรและขนส่ง และกองบังคับการตำรวจจราจร ลงพื้นที่บริเวณแยกสุขุมวิท 71 เพื่อติดตามการทำงานของระบบสัญญาณไฟจราจรอัตโนมัติ Adaptive Control หรือระบบปรับสัญญาณไฟตามปริมาณการจราจรจริง
บริเวณแยกพระโขนงเป็นพื้นที่สามแยกซ้อนกัน 2 จุด ได้แก่ ถนนสุขุมวิทตัดถนนพระรามที่ 4 และถนนสุขุมวิทตัดถนนสุขุมวิท 71 (ปรีดี พนมยงค์) ซึ่งเป็นจุดที่มีปริมาณการจราจรหนาแน่น และในอดีตต้องใช้เวลารอสัญญาณไฟจราจรค่อนข้างนาน
กรุงเทพมหานครจึงร่วมกับกองบังคับการตำรวจจราจร ทดลองนำระบบ Adaptive Control มาใช้ เพื่อให้สัญญาณไฟจราจรสามารถปรับเปลี่ยนตามสภาพการจราจรจริง โดยหากพบว่ามีปริมาณรถมากหรือท้ายแถวยาว ระบบจะเพิ่มระยะเวลาไฟเขียวให้เหมาะสมกับสถานการณ์
จากผลการทดสอบพบว่า สภาพการจราจรบริเวณแยกพระโขนงและแยกสุขุมวิท 71 ดีขึ้นอย่างชัดเจน ระบบสามารถคำนวณปริมาณรถให้สัมพันธ์กันทั้งสองแยก ส่งผลให้ท้ายแถวสั้นลง การเคลื่อนตัวของรถดีขึ้น และรอบสัญญาณไฟจราจรลดลงจากเดิมประมาณ 12 นาที เหลือเฉลี่ย 6 นาที
ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครจะทดลองปรับรอบสัญญาณไฟให้สั้นลงเพิ่มเติม พร้อมมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรเข้าช่วยกำกับดูแลในกรณีเกิดเหตุไม่ปกติ เช่น รถเสีย หรือมีรถฉุกเฉิน โดยปัจจุบันได้ติดตั้งระบบ Adaptive Control ในพื้นที่กรุงเทพมหานครแล้ว 74 แยก ซึ่งแต่ละแยกมีลักษณะการจราจรแตกต่างกัน จำเป็นต้องเก็บข้อมูลและปรับจูนระบบให้เหมาะสมเป็นรายพื้นที่
การแก้ไขปัญหาการจราจรจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือทุกภาคส่วน โดยกรุงเทพมหานครพยายามนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และข้อมูล มาช่วยสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร เพื่อให้การบริหารจัดการจราจรมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
สำหรับระบบสัญญาณไฟจราจรแบบ Adaptive Control เป็นระบบที่สามารถปรับจังหวะไฟเขียวและไฟแดงได้โดยอัตโนมัติ ตามสภาพการจราจรแบบเรียลไทม์ ใช้ข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดในการตรวจจับและนับปริมาณยานพาหนะ พร้อมประมวลผลเพื่อให้การจราจรในแต่ละทิศทางมีความคล่องตัว ลดปัญหารถติดในพื้นที่เมือง








