จากสถานการณ์ชายแดนภาคใต้ที่ยังมีการก่อเหตุไม่สงบเกิดขึ้น สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จึงได้ร่วมมือกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ดูแลเพื่อให้การจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เป็นการทั่วไป และการออกเสียงประชามติ ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและปลอดภัย
นายนันทพล ภาชื่น ผู้อำนวยการสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า จังหวัดนราธิวาส มี 5 เขตเลือกตั้ง และมีหน่วยเลือกตั้งทั้งสิ้น 1,066 หน่วย ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 590,777 คน ซึ่งการจัดการในแต่ละหน่วยเลือกตั้ง จะมีกรรมการประจำหน่วย (กปน.) กรรมการออกเสียงประชามติ (กปส.) และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย หน่วยเลือกตั้งละ 4 คน ในบางหน่วยประกอบกำลังทั้งตำรวจ และกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ดูแลความปลอดภัย ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น. เชื่อว่าทั้ง 4 คน สามารถดำเนินการได้ด้วยดี นอกจากนี้ ฝ่ายความมั่นคง จะจัดชุดลาดตระเวน ชุดคุ้มกัน ทำหน้าที่ช่วยคุ้มครองการนำส่งคะแนนและหีบบัตร รวมถึงอุปกรณ์การเลือกตั้ง
พลตรี ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส กล่าวว่า หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ได้ประสานกับทางจังหวัด ตำรวจภูธรจังหวัด กกต.จังหวัด วางมาตรการป้องกันการก่อเหตุรุนแรงของกลุ่ม BRN หรือกลุ่มไม่หวังดีใดๆ ก็ตาม มีการเสริมกำลังป้องกันหน่วยลงคะแนนในทุกเขต โดยก่อนวันเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส จะตรวจสอบทุกพื้นที่ที่มีการจัดเป็นหน่วยเลือกตั้งหลังจากนั้นจะส่งมอบให้กับตำรวจ และ กกต.ที่มาจัดตั้งหน่วยเลือกตั้ง ส่วนในวันเลือกตั้งผู้บังคับบัญชาในระดับหน่วย และผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจ จะลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้การจัดการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและปลอดภัย
ขณะที่ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ด้านความมั่นคง) กล่าวว่า จังหวัดชายแดนภาคใต้มีหน่วยเลือกตั้งจำนวน 6,780 หน่วยเลือกตั้ง ซึ่งได้กำชับการรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชนในการไปใช้สิทธิเลือกตั้ง การรักษาความปลอดภัยหน่วยเลือกตั้ง และการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ นอกจากนี้ ได้สั่งการให้ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด หารือร่วมกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จังหวัด อย่างใกล้ชิด ในการพิจารณาหน่วยเลือกตั้งที่มีความเสี่ยงต่อการรักษาความปลอดภัย และบูรณาการกับหน่วยงานความมั่นคง ทั้งทหาร และฝ่ายปกครอง เพื่อวางมาตรการในการป้องกันการก่อเหตุในความไม่สงบโดยเฉพาะช่วงเลือกตั้ง สำหรับหน่วยเลือกตั้งที่มีความเสี่ยงสูงขอให้ผู้บังคับการและผู้กำกับการ/หัวหน้าสถานีตำรวจ ลงรายละเอียดการปฏิบัติทางยุทธวิธีในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้เกิดความปลอดภัย และจัดทำแผนรองรับการปฏิบัติอย่างรอบคอบ รัดกุม หากมีสิ่งใดที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะสนับสนุนการปฏิบัติได้ เพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและปลอดภัยสูงสุด ก็พร้อมที่จะดำเนินการอย่างเต็มกำลัง
ส่วนการเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 นายมังกร ประทุมแก้ว อธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ได้เปิดตัว ศูนย์ติดตามการเลือกตั้งและออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักร ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางการประสานงานระหว่างหน่วยงานทั้งในประเทศและต่างประเทศในภารกิจการจัดการเลือกตั้งและออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักร ซึ่งประกอบด้วย กระทรวงการต่างประเทศ (กรมการกงสุล) สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง กระทรวงมหาดไทย และ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด โดยประสานงานกับสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ และสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทยทั่วโลก ทั้งนี้ภายในศูนย์ดังกล่าวมีระบบเฝ้าติดตามการจัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร (Overseas Voting Monitoring System: OVMS) ซึ่งพัฒนาขึ้นโดย ศูนย์บริหารข้อมูลการกงสุลและสารสนเทศ (CDIC) กรมการกงสุล เพื่อติดตามการดำเนินการตั้งแต่การจัดส่งและรับบัตร รวมถึงการรายงานผลการดำเนินการต่าง ๆ ของสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ และสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทยทั้ง 95 แห่งทั่วโลกแบบ real-time เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าการดำเนินการในทุกขั้นตอนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ราบรื่น โปร่งใส ถูกต้อง และทันเวลา โดยเฉพาะในขั้นตอนสำคัญขณะนี้คือ การขนส่งบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนแล้วกลับมาประเทศไทย ซึ่งเริ่มดำเนินการส่งกลับมาแล้วและจะถึงประเทศไทยทั้งหมดภายในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อคัดแยกส่งไปยังหน่วยเลือกตั้ง 400 เขตทั่วประเทศ ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 และนับคะแนนพร้อมกันหลังการเลือกตั้ง ส่วนการออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักร จะถูกรวมนับคะแนนในต่างประเทศ ณ สถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุลใหญ่ หรือสถานที่ที่กำหนด โดยจะเริ่มการนับคะแนนเมื่อปิดการลงคะแนนออกเสียงตามเวลาในประเทศไทย
ด้าน ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ยืนยันว่า ไปรษณีย์ไทย มีความพร้อม 100% สำหรับการขนส่งบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าที่ลงคะแนนแล้วทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ โดยขณะนี้ได้ดำเนินการลำเลียงซองใส่บัตรเลือกตั้งล่วงหน้าภายในประเทศเข้าสู่ศูนย์ปฏิบัติการการคัดแยกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก่อนจะดำเนินการกระจายซองใส่บัตรเลือกตั้งไปยัง 400 เขตเลือกตั้งทั่วทุกภูมิภาค ซึ่งไปรษณีย์ไทยได้เตรียมพร้อมทรัพยากรและเครือข่ายขนส่งอย่างเต็มกำลัง ซึ่งมีรถขนส่งเฉพาะกิจกว่า 600 เที่ยว เพื่อเร่งจัดส่งให้แล้วเสร็จก่อนถึงวันเลือกตั้ง








