กรมประมงเตรียมประกาศปิดอ่าวไทยตอนกลาง ปี 2569 แบ่ง 2 ช่วงเวลา ครอบคลุม 3 จังหวัด เพื่อคุ้มครองพ่อแม่พันธุ์สัตว์น้ำและฟื้นฟูระบบนิเวศอย่างสมดุล

กรมประมง เตรียมประกาศใช้มาตรการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำมีไข่ วางไข่ และเลี้ยงตัวอ่อน ประจำปี 2569 ในพื้นที่อ่าวไทยตอนกลาง ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดชุมพร และจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยกำหนดมาตรการเป็น 2 ช่วงเวลา ได้แก่ ช่วงที่ 1 ระหว่างวันที่ 15 กุมภาพันธ์ – 15 พฤษภาคม 2569 และช่วงที่ 2 ระหว่างวันที่ 16 พฤษภาคม – 14 มิถุนายน 2569

นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า อ่าวไทยตอนกลางเป็นพื้นที่สำคัญที่กรมประมงประกาศใช้มาตรการปิดอ่าวมาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นแหล่งที่อยู่อาศัย แพร่ขยายพันธุ์ และอนุบาลสัตว์น้ำเศรษฐกิจหลากหลายชนิด โดยมีเป้าหมายหลักเพื่ออนุรักษ์และบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำให้เกิดความสมดุลอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการศึกษาวิจัยและเก็บรวบรวมข้อมูลทางวิชาการอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินความเหมาะสมของขอบเขตพื้นที่ ระยะเวลา และเครื่องมือประมงที่ได้รับการยกเว้นให้ทำการประมง ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทรัพยากรและบริบทการทำประมงในปัจจุบัน

ในปี 2568 ที่ผ่านมา กรมประมงได้ปรับปรุงข้อกำหนดเกี่ยวกับความยาวอวนติดตาปลา วิธีการทำการประมงในช่วงมาตรการที่ 1 รวมถึงข้อกำหนดการใช้เครื่องมืออวนครอบ อวนช้อน หรืออวนยกหมึกที่ใช้ประกอบเครื่องกำเนิดไฟฟ้า เพื่อสร้างความชัดเจนในการปฏิบัติ จึงได้ออกประกาศกรมประมงเพิ่มเติมรวม 4 ฉบับ และยังคงบังคับใช้พื้นที่และระยะเวลาตามเดิม แบ่งเป็น 3 เขตมาตรการ ใน 2 ช่วงเวลา

เขตมาตรการที่ 1 ระหว่างวันที่ 15 กุมภาพันธ์ – 15 พฤษภาคม 2569 ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่ปลายแหลมเขาม่องไล่ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ถึงอำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อคุ้มครองและปกป้องพ่อแม่พันธุ์สัตว์น้ำให้มีโอกาสสืบพันธุ์ วางไข่ และเลี้ยงตัวอ่อน

เขตมาตรการที่ 2 ระหว่างวันที่ 16 พฤษภาคม – 14 มิถุนายน 2569 ครอบคลุมพื้นที่ตามแผนที่แนบท้ายประกาศปิดอ่าวไทยตอนกลาง เพื่อคุ้มครองลูกพันธุ์สัตว์น้ำ โดยเฉพาะปลาทู ให้สามารถเลี้ยงตัวในวัยอ่อนบริเวณชายฝั่งและเจริญเติบโตทดแทนพ่อแม่พันธุ์สัตว์น้ำ

ขณะที่เขตมาตรการที่ 3 เป็นเขตต่อเนื่องในห้วงเวลาเดียวกับเขตมาตรการที่ 2 ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่ปลายแหลมเขาม่องไล่ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ถึงอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อปกป้องลูกพันธุ์สัตว์น้ำวัยอ่อน โดยเฉพาะปลาทู ให้สามารถเคลื่อนตัวเข้าสู่อ่าวไทยรูปตัว ก ได้อย่างปลอดภัย

จากการประเมินผลทางวิชาการ พบว่า มาตรการปิดอ่าวไทยตอนกลางมีความเหมาะสมทั้งด้านพื้นที่ ระยะเวลา และเครื่องมือประมงที่อนุญาตให้ใช้ โดยในช่วงมาตรการพบพ่อแม่พันธุ์ปลาทูมีความพร้อมในการสืบพันธุ์สูงกว่าเกณฑ์ และหลังสิ้นสุดมาตรการพบอัตราการจับสัตว์น้ำเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน สะท้อนให้เห็นว่ามาตรการดังกล่าวสามารถปกป้องพ่อแม่พันธุ์สัตว์น้ำ สร้างประชากรสัตว์น้ำรุ่นใหม่ และฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลได้อย่างยั่งยืน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง