กระทรวงอุตสาหกรรมขับเคลื่อนนโยบายตัดอ้อยสด ลดการเผาอ้อยอย่างเป็นรูปธรรม ช่วยลดฝุ่น PM2.5 และยกระดับอุตสาหกรรมอ้อยไทยสู่สีเขียว

นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงความคืบหน้าและความสำเร็จในการขับเคลื่อนนโยบายตัดอ้อยสดเพื่อลดปัญหามลพิษทางอากาศและฝุ่นละออง PM2.5 ว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้ดำเนินมาตรการสนับสนุนชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดในอัตรา 120 บาทต่อตัน ส่งผลให้สัดส่วนการเผาอ้อยลดลงเหลือประมาณร้อยละ 30

ต่อมาในปีที่ผ่านมา ได้มีการปรับมาตรการโดยให้สิทธิประโยชน์เฉพาะผู้ที่ไม่เผาอ้อย รวมถึงการส่งเสริมการรับซื้อใบอ้อย ทำให้สัดส่วนการเผาลดลงเหลือร้อยละ 15 และในปีปัจจุบัน ตั้งแต่เริ่มเปิดหีบอ้อยมาจนถึงครึ่งฤดูกาล สามารถผลักดันการตัดอ้อยสดได้สูงถึงร้อยละ 98 ของปริมาณอ้อยทั้งหมด โดยมีการเผาเพียงร้อยละ 2 ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากอุบัติเหตุหรือปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้

จากความสำเร็จดังกล่าว คาดการณ์ว่าประเทศไทยจะก้าวขึ้นเป็นอันดับ 1 ของโลกในด้านสัดส่วนการตัดอ้อยสดที่ไม่ผ่านการเผา อันเป็นผลจากความร่วมมืออย่างจริงจังระหว่างชาวไร่อ้อย โรงงานน้ำตาล และภาครัฐ ซึ่งส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อม คุณภาพอากาศ และช่วยลดสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 อย่างเห็นได้ชัด

ทั้งนี้ แม้ในช่วงวันที่สภาพอากาศปิด ระดับฝุ่นละอองส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในระดับสีส้ม ไม่รุนแรงถึงระดับสีแดงหรือสีดำเช่นในปีก่อน ๆ นอกจากนี้ การยกระดับคุณภาพและมาตรฐานอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย ยังส่งผลให้ประสิทธิภาพการผลิตดีขึ้น โดยค่าความหวานเฉลี่ยของอ้อยสูงกว่ามาตรฐาน และไม่ต่ำกว่า 10 CCS ในเกือบทุกพื้นที่ สะท้อนภาพลักษณ์ “น้ำตาลไทย” ในฐานะน้ำตาลสีเขียว (Green Sugar) ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าทั่วโลก

รัฐบาลและกระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมนำเทคโนโลยีระบบ “Burn Check” มาใช้ตรวจสอบและบริหารจัดการพื้นที่หลังการตัดอ้อย เพื่อป้องกันการเผาใบอ้อยที่เหลือทิ้ง ซึ่งถือเป็นมาตรการใหม่ในการยกระดับการจัดการอุตสาหกรรมอ้อยอย่างยั่งยืน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง