นางนันทวัน วงศ์ขจรกิตติ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เปิดเผยถึงสถานการณ์การดำเนินงานของกองทุนในปัจจุบันว่า ในปีการศึกษา 2569 กองทุนจะเปิดให้ผู้ที่มีความประสงค์กู้ยืมเงินแจ้งความจำนงขอกู้ในเดือนมีนาคม 2569 เพื่อให้สามารถโอนเงินเข้าบัญชีผู้กู้ได้ทันก่อนเปิดภาคเรียนที่ 1 โดยในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย จะเปิดภาคเรียนในเดือนพฤษภาคม และระดับอุดมศึกษา ในเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้
สำหรับการชำระหนี้ของผู้กู้ที่สำเร็จการศึกษาแล้ว ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 3.5 ล้านราย กองทุนได้ดำเนินมาตรการส่งเสริมให้ผู้กู้กลับเข้าสู่ระบบการชำระหนี้อย่างต่อเนื่อง โดยใช้กลไกการหักเงินเดือนตามพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้กู้ ไม่ต้องเดินทางมาชำระหนี้ด้วยตนเอง โดยให้นายจ้างนำส่งเงินที่หักจากเงินเดือนผ่านกรมสรรพากรและส่งคืนมายังกองทุน
นอกจากนี้ กองทุนยังเปิดโอกาสให้ผู้กู้ที่ยังไม่มีงานทำ หรือมีรายได้ไม่เพียงพอ สามารถเข้ามาปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อลดภาระการชำระเงินรายเดือนและขยายระยะเวลาการผ่อนชำระ ซึ่งเป็นมาตรการที่กองทุนกำลังเร่งดำเนินการเพื่อช่วยเหลือผู้กู้ รวมถึงภายหลังการบังคับใช้พระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ฉบับใหม่ พ.ศ. 2566 กองทุนได้มีการคำนวณภาระหนี้ใหม่ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้กู้ ส่งผลให้ผู้กู้จำนวนมากมียอดหนี้ลดลงและบางรายอาจได้รับเงินต้นคืนเพิ่มเติม
ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ยังกล่าวถึงความหวังที่รัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาประเทศโดยเฉพาะการแก้ไขหนี้ กยศ.ว่า กยศ.เป็นหน่วยงานที่ให้โอกาสทางการศึกษาให้ผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ซึ่งเป็นทุนหมุนเวียนที่ผู้กู้ต้องใช้คืน หากภาครัฐจะตั้งการแก้ไขปัญหาในเรื่องดังกล่าว มีความเห็นว่า การปรับลดดอกเบี้ย การลดเบี้ยปรับและการกู้โดยไม่มีผู้คำ จะสามารถสร้างความยั่งยืนให้กับกองทุนและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาได้อย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น








