วันลงคะแนนเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เป็นการทั่วไปและการออกเสียงประชามติ ซึ่งจะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประชาสัมพันธ์เน้นย้ำถึงข้อห้ามทางกฎหมายเลือกตั้งทั้ง 13 ข้อ เพื่อรักษาความสุจริตและความเที่ยงธรรมของกระบวนการเลือกตั้ง โดยมุ่งเน้นให้ประชาชนหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่อาจนำไปสู่การทุจริต ดังนี้
1. การสวมสิทธิ ห้ามผู้ที่ไม่มีสิทธิเลือกตั้งทำการลงคะแนนแทนบุคคลอื่น
2. การทำลายบัตรเลือกตั้ง ห้ามกระทำการโดยจงใจที่ทำให้บัตรเลือกตั้งเกิดการชำรุด เสียหาย หรือกลายเป็นบัตรเสีย
3. การมีส่วนร่วมของผู้ไม่มีสัญชาติไทย ห้ามผู้ที่ไม่มีสัญชาติไทยเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมการหาเสียงเลือกตั้ง
4. การพนันผลการเลือกตั้ง ห้ามเล่นหรือชักชวนให้ผู้อื่นเล่นการพนันที่เกี่ยวข้องกับผลของการเลือกตั้ง
5. การหาเสียงในเวลาที่กำหนด ห้ามดำเนินการหาเสียงเลือกตั้ง ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันก่อนวันเลือกตั้งหนึ่งวัน ไปจนกระทั่งสิ้นสุดวันเลือกตั้ง
6. การบันทึกภาพบัตรที่ลงคะแนนแล้ว ห้ามถ่ายภาพหรือบันทึกภาพบัตรเลือกตั้งที่ได้ทำการลงคะแนนไปแล้ว
7. การเผยแพร่ข้อมูลเท็จ ห้ามเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นเท็จซึ่งส่งผลกระทบต่อความสุจริตของการเลือกตั้ง
8. การนำบัตรออกจากหน่วยเลือกตั้ง ห้ามนำบัตรเลือกตั้งออกไปจากบริเวณที่เลือกตั้ง
9. การขัดขวางการใช้สิทธิ์ ห้ามกระทำการขัดขวางหรือหน่วงเหนี่ยว เพื่อไม่ให้ผู้อื่นสามารถเดินทางไปใช้สิทธิ์
10. การเผยแพร่ผลสำรวจ ห้ามเปิดเผยหรือเผยแพร่ผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการออกเสียงลงคะแนน ในช่วงระยะเวลา 7 วันก่อนวันเลือกตั้ง จนถึงเวลาปิดการออกเสียงลงคะแนน
11. การจัดยานพาหนะ ห้ามจัดยานพาหนะเพื่อรับ-ส่งผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปยังที่เลือกตั้ง โดยไม่เรียกเก็บ
ค่าโดยสารหรือค่าจ้างตามปกติ เพื่อจูงใจให้ไปลงคะแนน
12. การใช้บัตรปลอม ห้ามใช้บัตรอื่นใดที่ไม่ใช่บัตรเลือกตั้งซึ่งออกให้เพื่อการออกเสียงลงคะแนน
13. การแสดงบัตรที่ลงคะแนนแล้ว ห้ามนำบัตรเลือกตั้งที่ได้ออกเสียงลงคะแนนแล้วแสดงต่อผู้อื่น
กกต. ยังได้ประชาสัมพันธ์ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติ ใช้แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ”
เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการเข้าถึงข้อมูลและบริการที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ
ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวก ลดขั้นตอน และเพิ่มความรวดเร็วในการตรวจสอบข้อมูล โดยสามารถใช้งานได้ ดังนี้
1. ใช้เป็นหลักฐานภาพอิเล็กทรอนิกส์เพื่อแสดงตนในการใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ
2. ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ และสถานที่ ที่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง / ออกเสียงประชามติ
3. แจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติได้ ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ดังนี้
– แจ้งเหตุ สส. ที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 – 7 กุมภาพันธ์ 2569 และวันที่ 9 – 15 กุมภาพันธ์ 2569
– แจ้งเหตุ การออกเสียงประชามติ ตั้งแต่บัดนี้ – 7 กุมภาพันธ์ 2569 และวันที่ 9 – 15 กุมภาพันธ์ 2569
แอปพลิเคชัน “Smart Vote” ที่รวมข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติไว้ใน
ที่เดียว เตรียมความพร้อมก่อนวันเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ ประกอบด้วย
ตรวจสอบหน่วยเลือกตั้งและหน่วยออกเสียงประชามติ
ตรวจสอบข้อมูลผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และแบบบัญชีรายชื่อ
ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ
ดาวน์โหลดได้ฟรี ใช้งานได้ทั้งระบบ Android และระบบ iOS
แอปพลิเคชัน “ตาสับปะรด” มีบทบาทสำคัญในการแจ้งเหตุทุจริตการเลือกตั้ง เป็นช่องทางที่ช่วยให้ ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมเป็นหูเป็นตาในการตรวจสอบ เพื่อให้เกิดการเลือกตั้งที่สุจริต โปร่งใส และเป็นธรรม
โดยมีรายละเอียดการทำงาน ดังนี้
– เพิ่มความสะดวกและรวดเร็วในการแจ้งเหตุ แอปพลิเคชันถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่าย ช่วยให้ประชาชนสามารถแจ้งข้อมูลเบาะแสการทุจริตได้ทันท่วงที
– รองรับพยานหลักฐานที่ชัดเจน ผู้ใช้งานสามารถแนบภาพถ่ายหรือคลิปวิดีโอ เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการแจ้งเบาะแสได้ทันทีผ่านตัวแอปพลิเคชัน
– สร้างความมั่นใจเรื่องความปลอดภัย แอปพลิเคชันมีระบบการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส โดยข้อมูลของ
ผู้แจ้งจะถูกเก็บรักษาเป็นความลับอย่างเคร่งครัด
– สร้างแรงจูงใจในการปราบปรามทุจริต หากเบาะแสที่แจ้งเข้ามาเป็นประโยชน์ ผู้แจ้งอาจมีสิทธิ์ ได้รับรางวัลนำจับ ตามระเบียบที่กฎหมายกำหนด
และการใช้แอปพลิเคชัน ThaiD รวมถึงDLT QR License และ แอปพลิเคชันบัตรคนพิการ (บัตรประจำตัวคนพิการดิจิทัล) เพื่อใช้ในการแสดงตนในการเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติ
ทั้งนี้เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนวันเลือกตั้ง และสนับสนุนการใช้สิทธิเลือกตั้งให้เป็นไปอย่างสุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและติดตามข้อมูลข่าวสารการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ ได้ที่เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง www.ect.go.th หรือสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด หรือบริการสายด่วน 1444








