ม.หอการค้าไทย เผยผลสำรวจความเห็นประชาชนต่อบรรยากาศวาเลนไทน์ปี 69 คึกคักสุดในรอบ 6 ปี

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ เปิดเผยถึงผลสำรวจพฤติกรรมและการใช้จ่ายของประชาชนในช่วงวันวาเลนไทน์ปี 2569 โดยระบุว่า บรรยากาศในปีนี้มีจะความคึกคักเป็นพิเศษและถือเป็นจุดสูงสุดในรอบ 6 ปี โดยคาดการณ์ว่าจะมีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจสูงถึง 2,899 ล้านบาท ขยายตัวจากปีที่ผ่านมาประมาณร้อยละ 7.4 

โดยบรรยากาศที่คึกคัก มาจากความคาดหวังของประชาชนต่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและเสถียรภาพทางการเมืองหลังการเลือกตั้งที่มองว่าการแข่งขันหาเสียงของพรรคการเมืองต่างๆ ช่วยกระตุ้นให้เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงินในระบบเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับปีนี้ วันวาเลนไทน์ตรงกับวันเสาร์ ซึ่งเป็นวันหยุด ทำให้เอื้อต่อการออกไปทำกิจกรรมนอกบ้านและการท่องเที่ยว 

นอกจากนี้ ยังมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลและการจัดโปรโมชันลดแลกแจกแถมของร้านค้าต่างๆ ที่เป็นตัวช่วยดึงดูดการจับจ่าย จากการสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่าย พบว่ามูลค่าการใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ที่ 2,401 บาท 

โดยกิจกรรมยอดนิยมคือ การออกไปรับประทานอาหารนอกบ้าน การซื้อของขวัญ การไปเดินห้างสรรพสินค้าและการท่องเที่ยวในประเทศ ธุรกิจที่ได้รับประโยชน์สูงสุดในช่วงเทศกาลนี้คือ ธุรกิจโรงแรมและที่พัก ร้านขายของขวัญและดอกไม้ ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านช็อกโกแลต อย่างไรก็ตามประชาชนยังมีความกังวลเรื่องค่าครองชีพ หนี้สินและราคาสินค้าที่แพงขึ้น แต่บรรยากาศการเลือกตั้งได้เข้ามาเป็นตัวช่วยพยุงความรู้สึกของผู้บริโภคให้ดีขึ้น ประชาชนเริ่มมีความมั่นใจและกล้าที่จะออกมาใช้จ่ายมากขึ้น 

มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินว่า บรรยากาศในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 จะได้รับแรงหนุนสำคัญจากการท่องเที่ยวที่เริ่มฟื้นตัวชัดเจน รวมถึงเม็ดเงินจากการเลือกตั้งที่คาดว่าจะสะพัดสูงถึง 40,000 – 60,000 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยประคองเศรษฐกิจไทยไม่ให้ทรุดตัวและพร้อมที่จะทะยานต่อภายใต้การบริหารของรัฐบาลชุดใหม่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง