กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ร่วม สพฐ. จัดเวิร์กช็อปเสริมความรู้ พ.ร.บ.ป้องกันการทรมานฯ ยกระดับการปฏิบัติงานบุคลากรการศึกษา

กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อส่งเสริมความรู้และแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ณ โรงแรมฟอร์จูน ริเวอร์วิว จังหวัดนครพนม โดยมีบุคลากรในสังกัด สพฐ. เข้าร่วมการประชุมอย่างพร้อมเพรียง

โอกาสนี้ นายธีรยุทธ แก้วสิงห์ รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมกล่าวถึงความสำคัญของพระราชบัญญัติดังกล่าว ซึ่งเป็นกฎหมายที่ประเทศไทยจัดทำขึ้นตามหลักการของอนุสัญญาระหว่างประเทศที่ไทยเป็นภาคี เพื่อคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โดยย้ำว่าหน่วยงานของรัฐทุกภาคส่วนจำเป็นต้องมีความรู้ ความเข้าใจ และนำกฎหมายไปสู่การปฏิบัติอย่างถูกต้อง

ด้าน นางภัทรวรรณ ภัทรบวรวุฒิ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวถึงความร่วมมือระหว่าง สพฐ. และกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ในการขับเคลื่อนการสร้างความตระหนักรู้ด้านสิทธิมนุษยชนแก่บุคลากรทางการศึกษา ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการป้องกันการละเมิดสิทธิ และเสริมสร้างระบบการทำงานที่โปร่งใส เป็นธรรม และสอดคล้องกับหลักนิติธรรม

ช่วงการอภิปราย ได้รับเกียรติจากผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รณกรณ์ บุญมี รองคณบดีฝ่ายบริหารและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ นางธัญสุดา หน่อแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย ร่วมถ่ายทอดความรู้ในหัวข้อ “ความเป็นมาและความสำคัญของพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565” พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ แนวทางปฏิบัติ และตอบข้อซักถามแก่ผู้เข้าร่วมประชุมอย่างใกล้ชิด

การประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ ถือเป็นเวทีสำคัญในการเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสาระสำคัญของกฎหมาย อาทิ การกำหนดฐานความผิดใหม่ การจัดตั้งกลไกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทรมานและการอุ้มหาย การบันทึกภาพและเสียงระหว่างการจับกุมและควบคุมตัว รวมถึงการบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และคุ้มครองสิทธิมนุษยชนอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ คาดหวังว่าผู้เข้าร่วมประชุมจะสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงาน และเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนการป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนในทุกระดับต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง