สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ย้ำเตือนขั้นตอนการลงคะแนนใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และออกเสียงประชามติ วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 08.00 – 17.00 น. โดยจะได้รับบัตร 3 ใบ ได้แก่ บัตรเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 1 ใบ (สีเขียว เลือกคน) บัตรเลือกตั้ง สส. แบบบัญชีรายชื่อ 1 ใบ (สีชมพู เลือกพรรค) และบัตรออกเสียงประชามติ 1 ใบ (สีเหลือง) ยกเว้นสถานที่เลือกตั้งกลางนอกเขต (ออกเสียงประชามติ) ผู้มีสิทธิจะได้รับบัตรออกเสียงประชามติ จำนวน 1 ใบเท่านั้น
สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติ สำหรับการลงคะแนนที่หน่วยเลือกตั้งและหน่วยออกเสียงประชามติ จำนวน 99,538 แห่ง จะได้รับบัตร 3 ใบ มีขั้นตอน 10 ขั้นตอน ดังนี้
1. ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิ
ตรวจสอบรายชื่อจากบัญชีรายชื่อที่ปิดประกาศไว้หน้าที่เลือกตั้ง ซึ่งจะมี 2 ชุด คือ บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส. และ บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ และจะมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกในการช่วยตรวจสอบและแจ้งลำดับที่ให้ทราบ
2. การเตรียมตัวก่อนเข้าคูหา
จำลำดับที่ของตนเอง หมายเลขผู้สมัครแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและหมายเลขพรรคการเมืองที่จะเลือก เตรียมหลักฐานแสดงตน เช่น บัตรประจำตัวประชาชน (หมดอายุก็ได้) บัตรหรือหลักฐานอื่นใดของทางราชการ หรือหน่วยงานของรัฐออกให้ที่มีรูปถ่าย และมีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ของผู้ถือบัตร (ที่ยังไม่หมดอายุ) หรือแอปพลิเคชัน ได้แก่ ThaiD, DLT QR LICENCE และบัตรคนพิการ
3. แสดงตนขอใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.
ยื่นหลักฐานแสดงตนและแจ้งลำดับที่ ต่อกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ลงลายมือชื่อ หรือพิมพ์ลายนิ้วมือในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส.
4. ลงลายมือชื่อที่ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง สส. และรับบัตรเลือกตั้ง สส. เมื่อลงลายมือชื่อ หรือพิมพ์ลายนิ้วมือ
ที่ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง ทั้ง 2 ประเภท จากนั้นจะได้รับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ คือ แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และ แบบบัญชีรายชื่อ พร้อมรับหลักฐานแสดงตนคืน
5. เข้าคูหาลงคะแนนเลือกตั้ง สส.
เมื่อเข้าคูหาลงคะแนน และทำเครื่องหมายกากบาท X ลงในช่องทำเครื่องหมายในบัตรทั้ง 2 ใบ โดยบัตรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เลือกผู้สมัครได้เพียง 1 คนเท่านั้น ส่วนบัตรแบบบัญชีรายชื่อ เลือกพรรคการเมืองได้เพียง
1 พรรคเท่านั้น หากไม่ประสงค์เลือกใครให้กากบาท X ในช่อง “ไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด” หากไม่ประสงค์เลือกพรรคใด
ให้กากบาท X ในช่อง “ไม่เลือกบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใด” และพับบัตรเลือกตั้งตามรอยพับ แล้วออกจากคูหา
6. หย่อนบัตรเลือกตั้ง สส. ลงในหีบบัตรเลือกตั้ง
7. แสดงตนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามติ
หลังจากหย่อนบัตรเลือกตั้ง สส. เสร็จแล้วให้เดินไปยังจุดถัดไปในที่เลือกตั้งเดียวกัน เพื่อขอใช้สิทธิออกเสียงประชามติ โดยยื่นหลักฐานแสดงตน และแจ้งลำดับที่ตามบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ
8. ลงลายมือชื่อที่ต้นขั้วบัตรออกเสียงประชามติ และรับบัตรออกเสียงประชามติ
ลงลายมือชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วมือในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ และลงลายมือชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วมือที่ต้นขั้ว บัตรออกเสียงประชามติ จากนั้นจะได้รับบัตรออกเสียงประชามติ 1 ใบ พร้อมรับหลักฐานแสดงตนคืน
9. เข้าคูหาลงคะแนนออกเสียงประชามติ
เข้าคูหาและทำเครื่องหมายกากบาท X เพียงช่องเดียวในช่อง “เห็นชอบ” หรือ “ไม่เห็นชอบ” หรือ
“ไม่แสดงความคิดเห็น” จากนั้นพับบัตรออกเสียงประชามติตามรอยพับ แล้วออกจากคูหา
10. หย่อนบัตรประชามติ และออกจากที่เลือกตั้ง
สำหรับการลงคะแนนที่เลือกตั้งกลางนอกเขต สำหรับการออกเสียงประชามติ มีจำนวน 422 แห่ง จะได้รับบัตรออกเสียงประชามติ จำนวน 1 ใบเท่านั้น
ทั้งนี้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สามารถตรวจสอบว่าตนเองมีสิทธิเลือกตั้งที่ไหนได้ง่ายๆ โดยเพียงพิมพ์คำว่า “ตรวจสอบสิทธิเลือกตั้ง หรือ ออกเสียงประชามติ” ในมือถือ หรือ Computer ก็ได้
สำหรับการดำเนินการเพื่อการอำนวยความสะดวกให้แก่คนพิการ หรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ ในการลงคะแนนเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ กกต. ได้ประสานงานไปยังสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัด เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่จัดรถรับ – ส่ง ให้แก่คนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ ในพื้นที่ รวมทั้งประสานงานไปยังสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดในการจัดอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ช่วยอำนวยความสะดวก และสนับสนุนรถรับ – ส่ง หรือวิธีการอื่น ให้แก่คนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ หน้าที่เลือกตั้ง และยังได้จัดเตรียมบัตรทาบสำหรับผู้พิการทางสายตา เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้พิการทางสายตาเพื่อใช้ทาบกับบัตรเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง บัตรเลือกตั้ง สส. แบบบัญชีรายชื่อ และบัตรออกเสียงประชามติ
กกต. ยังได้เน้นย้ำถึงข้อห้ามในวันเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติ ดังนี้
- ผู้ไม่มีสิทธิเลือกตั้ง ห้ามลงคะแนนแทนผู้อื่น
- ห้ามจงใจทำให้บัตรเลือกตั้งชำรุด หรือเสียหาย หรือให้เป็นบัตรเสีย
- คนไม่มีสัญชาติไทย ห้ามมีส่วนร่วมในการหาเสียง
- ห้ามเล่นหรือชักชวนเล่นพนันเกี่ยวกับผลการเลือกตั้ง
- ห้ามหาเสียงจนสิ้นสุดวันเลือกตั้ง
- ห้ามถ่ายภาพหรือบันทึกภาพบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนแล้ว
- ห้ามขาย แจก หรือเลี้ยงสุราทุกชนิด ในเขตเลือกตั้งระหว่างเวลา 18.00 น. ของวันก่อนวันเลือกตั้งหนึ่งวันจนถึงเวลา 18.00 น. ของวันเลือกตั้ง
- ห้ามให้ รับ หรือเรียกรับเงิน ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์เพื่อลงคะแนนหรืองดเว้นไม่ลงคะแนน
- ห้ามเผยแพร่ข้อมูลเท็จที่กระทบต่อความสุจริตของการเลือกตั้ง
- ห้ามจงใจทำเครื่องหมายเพื่อเป็นที่สังเกตไว้ที่บัตรเลือกตั้ง
- ห้ามนำบัตรเลือกตั้งออกไปจากที่เลือกตั้ง
– ห้ามขัดขวางหรือหน่วงเหนี่ยวไม่ให้ผู้อื่นไปใช้สิทธิเลือกตั้ง
– ห้ามเปิดเผยหรือเผยแพร่ผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการออกเสียงลงคะแนนในระหว่างเวลา 7 วันก่อนวันเลือกตั้งจนถึงเวลาปิดการออกเสียงลงคะแนน
– ห้ามจัดยานพาหนะนำผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปหรือกลับที่เลือกตั้งเพื่อการออกเสียงลงคะแนนโดยไม่ต้องเสียค่าโดยสารหรือค่าจ้างซึ่งต้องเสียตามปกติ
– ห้ามใช้บัตรอื่นที่ไม่ใช่บัตรเลือกตั้งเพื่อออกเสียงลงคะแนน
– ห้ามนำบัตรลงคะแนนเลือกตั้งที่ออกเสียงลงคะแนนแล้วแสดงต่อผู้อื่น
– ห้ามใส่เสื้อที่มีเบอร์ หรือหมายเลข รวมถึงเสื้อนักฟุตบอล นักกีฬาต่าง ๆ ที่มีหมายเลข อาจเข้าข่าย
มีความผิดกฎหมายการเลือกตั้ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 79 ที่ห้ามมิให้ผู้ใดทําการโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งโดยวิธีการใด ไม่ว่าจะเป็นคุณ หรือเป็นโทษแก่ผู้สมัครหรือพรรคการเมือง นับตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันก่อนวันเลือกตั้ง 1 วัน จนสิ้นสุดวันเลือกตั้ง ซึ่งผู้ฝ่าฝืนอาจต้องโทษจำคุกไม่เกิน
6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
การฝ่าฝืนข้อห้ามเหล่านี้มีความผิดและมีโทษตามกฎหมายเลือกตั้ง จึงขอให้ร่วมกันใช้สิทธิอย่างถูกต้อง เพื่อการเลือกตั้งที่สุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย
การเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติคือ กลไกสำคัญของระบอบประชาธิปไตย ทุกเสียงมีความหมาย และทุกคนมีส่วนร่วมกำหนดทิศทางของประเทศได้ กกต. จึงขอเชิญชวนผู้มีสิทธิออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติ ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 08.00 – 17.00 น. ณ หน่วยเลือกตั้งที่มีชื่อ








