แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ปัจจุบัน โรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ฯลฯ เป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคนทั่วโลก โดยมีสาเหตุมาจากการนอนดึก การกินอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะและขาดการออกกำลังกาย ซึ่งปัจจัยที่จะช่วยลดการเกิดโรค NCDs ได้คือ การลดอาหารหวานมัน เค็ม ควบคู่กับการออกกำลังกาย ซึ่งมีหลากหลายรูปแบบ แต่สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ในเมือง หรือในช่วงที่สถานการณ์สภาพแวดล้อมมีค่าฝุ่นสูง กรมอนามัยจึงแนะนำให้ออกกำลังกายที่บ้าน หรือสามารถเลือกใช้บริการฟิตเนสแทนได้ เช่น วิ่งบนลู่วิ่ง ปั่นจักรยาน ยกเวท คลาสออกกำลัง ก็จะช่วยให้มีสุขภาพดี เผาผลาญพลังงาน ควบคุมน้ำหนัก ลดระดับน้ำตาลและความดันโลหิต เสริมสร้างกล้ามเนื้อและความแข็งแรงของหัวใจ ช่วยป้องกันโรค NCDs
นายแพทย์ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า กรมอนามัยส่งเสริมการออกกำลังกาย ซึ่งฟิตเนสเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่มีประสิทธิภาพ ภายใต้สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย โดยเฉพาะช่วงที่มีค่าฝุ่นPM2.5 สูง กรมอนามัยขอเชิญชวนฟิตเนสทั่วประเทศ พัฒนาความปลอดภัย 5 ด้านคือ อาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อม อาคารมั่นคง แข็งแรง และได้รับใบอนุญาตตามกฎหมายควบคุมอาคาร พื้นผิวต้องเรียบ สะอาด ไม่ลื่น และสามารถรองรับแรงกระแทกได้ พื้นที่กิจกรรมกลุ่มต้องไม่น้อยกว่า 4 ตร.ม.ต่อคน จัดวางอุปกรณ์ต้องห่างกันไม่น้อยกว่า 60 ซม. ระบบระบายอากาศดี อุณหภูมิเครื่องปรับอากาศควรอยู่ที่ 20-25°C แสงสว่างเพียงพอไม่ต่ำกว่า 200 ลักซ์ มีป้ายทางหนีไฟ ห้ามสูบบุหรี่ ห้องน้ำ-อาบน้ำสะอาดเพียงพอ อุปกรณ์ออกกำลังกาย มีครบทั้ง 3 ประเภท ประเภทระบบหายใจและไหลเวียนโลหิต (Cardio) ประเภทสร้างเสริมกล้ามเนื้อ (Strength) และพื้นที่สำหรับการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ (Flexibility) มีเครื่องชั่งน้ำหนัก เครื่องวัดความดัน อุปกรณ์ไฟฟ้าต้องมีสายดิน ตรวจเช็คความแข็งแรง ทำความสะอาดทุกวัน การให้บริการคัดกรองสุขภาพ มีการตรวจคัดกรองเบื้องต้น เช่น ชั่งน้ำหนัก วัดความดันโลหิต ประเมิน BMI และประเมินสมรรถภาพทางกายก่อนเริ่มให้บริการครั้งแรก แนะนำโปรแกรมเหมาะสมให้สมาชิก ด้านบุคลากร (เทรนเนอร์) ต้องจบการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางวิทยาศาสตร์การกีฬา หรือผ่านการอบรมหลักสูตรผู้ฝึกสอนที่ได้รับการรับรองโดยกรมอนามัย หรือหลักสูตรที่สอดคล้องกับกรมอนามัยหรือเทียบเท่า มีจำนวนที่เหมาะสมเพียงพอ 1 คน ต่อผู้รับบริการไม่เกิน 20 คน หรือมีผู้ให้บริการ 1 คนต่ออุปกรณ์ออกกำลังกายทุกชนิดไม่เกิน 20 เครื่อง ด้านความปลอดภัยและมาตรการกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน มีแผนเตรียมความพร้อมสำหรับการช่วยชีวิต อัคคีภัย อพยพ ซ้อมแผนอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง จัดให้มีชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่พร้อมใช้งานมีเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (AED) ซึ่งต้องได้รับการตรวจเช็คทุก 3 เดือน มีจุดล้างมือหรือเจลแอลกอฮอล์ทำความสะอาดจุดสัมผัสร่วมทุก 1-2 ชั่วโมง เป็นต้น
นายแพทย์วันฉัตร ชินสุวาเทย์ ผู้อำนวยการกองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์การมีกิจกรรมทางกายของประชาชนยังไม่เพียงพอ และมีพฤติกรรมเนือยนิ่งเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ส่งผลให้อัตราการเสียชีวิตจากโรค NCDs เพิ่มขึ้น 6-10% และเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นมวลกล้ามเนื้อจะลดลง 8-10% กรมอนามัยแนะนำให้ประชาชนมีกิจกรรมทางกายอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ หรือ 30 นาที 5 วันต่อสัปดาห์ และฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออย่างน้อย 2 วันต่อสัปดาห์ เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง ฟิตเนสเป็นหนึ่งในสถานที่ออกกำลังกายที่ประชาชนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก มาตรฐานสถานประกอบกิจการด้านการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ เพื่อให้ประชาชนได้รับการบริการที่ได้มาตรฐานปลอดภัยเพื่อสุภาพที่ยั่งยืนต่อไป ได้ที่เว็บไซต์ กองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ กรมอนามัย https://dopah.anamai.moph.go.th/th/e-book/5582#wow-book/








