ททท. เดินหน้ากระตุ้นนักท่องเที่ยวจีน เที่ยวไทย “ตรุษจีน” ขยายตลาดเพิ่มนักท่องเที่ยวอินเดีย ตั้งเป้าสร้างรายได้กว่า 93,000 ล้านบาท

นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่กำลังจะมาถึงนี้ ททท. ได้เร่งส่งเสริมตลาดนักท่องเที่ยวจีนมาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แคมเปญ “จงไท่อี้เจียชิน”เริ่มตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม 2569 ทั้ง 5 สำนักงานของ ททท. ในตลาดจีนได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกับพันธมิตรทั้ง Travel Agents และ OTA (Online Travel Agent) บริษัทชั้นนำในพื้นที่ ได้แก่ Qunar.com, Tongcheng, Fliggy, Klook, Tuniu, Guangzhou Comfort และ 6renyou จัดทำแพ็คเกจโปรโมชันสายการบินร่วมกับโรงแรมที่พักราคาพิเศษสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวประเทศไทย ภายใต้แนวคิด Holiday Air-Tel Scheme โดย ททท. ยังได้ร่วมกับพันธมิตรสายการบินไทย และ King Power เพื่อร่วมส่งมอบสิทธิพิเศษส่วนลดสินค้าและบริการ เมื่อใช้จ่ายในร้านค้าของ King Power ให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางกับสายการบินไทย เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวจีนในการเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยในช่วงเฉลิมฉลองวันหยุดยาวเทศกาลตรุษจีน ซึ่ง ททท. จะยังคงเดินหน้ากระตุ้นตลาดด้วยการร่วมกับพันธมิตรจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่องในทุกช่วงเทศกาลวันหยุด ทั้งในช่วงวันเชงเม้ง วันหยุดแรงงาน ปิดเทอมฤดูร้อน เทศกาลไหว้พระจันทร์และวันหยุดวันชาติ เพื่อเจาะกลุ่มตลาดนักท่องเที่ยวที่หลากหลาย อาทิ Multi-Gen, ครอบครัว, Gen Z, กลุ่มพนักงานบริษัท ควบคู่ไปกับการทำคอนเทนต์ประชาสัมพันธ์สร้างความเชื่อมั่นและนำเสนอสินค้าการท่องเที่ยวไทยภายใต้ธีมที่หลากหลายตลอดทุกเดือนผ่าน KOL (Key Opinion Leader) และ อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังในตลาดจีน เพื่อผลักดันนักท่องเที่ยวจีนสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้

สำหรับ เทศกาลตรุษจีน ททท. ได้ร่วมกับพันธมิตรจัดและสนับสนุนกิจกรรมตรุษจีนในหลายพื้นที่
ทั่วประเทศไทย โดยในกรุงเทพมหานคร จัดขึ้นใน 2 พื้นที่หลัก ประกอบด้วย

1. กิจกรรมการตกแต่งประดับไฟ ร่วมฉลองความสุข ส่งต่อความรุ่งเรือง ภายใต้แนวคิด “Ride the Fortune, Share the Future” ณ ถนนเยาวราช บริเวณวงเวียนโอเดียนถึงแยกเฉลิมบุรี วันที่ 7 กุมภาพันธ์ ถึง         1 มีนาคม 2569 เวลา 18.00-23.00 น.

2. งานเทศกาลตรุษจีนประเทศไทย ประจำปี 2569 วันที่ 14-18 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ตั้งแต่เวลา 16.00-22.00 น. นอกจากนี้ยังได้จัดงาน Amazing Thailand Chinese New Year 2026 @ Hat Yai วันที่ 17-20 กุมภาพันธ์ 2569 ณ บริเวณถนนเสน่หานุสรณ์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พร้อมทั้งสนับสนุนการจัดงานเทศกาลตรุษจีนในภูมิภาคที่มีเอกลักษณ์ ได้แก่ ประเพณีแห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์ วันที่ 10 – 21 กุมภาพันธ์ 2569 และงานตรุษจีนสุพรรณบุรี มหัศจรรย์ 18 ปี มังกรสวรรค์ ณ อุทยานมังกรสวรรค์ จังหวัดสุพรรณบุรี วันที่ 17-18 กุมภาพันธ์ 2569

ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 5 กุมภาพันธ์ 2569 นักท่องเที่ยวจากจีนเดินทางเข้าประเทศไทยทั้งสิ้น 498,725 คน โดยในช่วงเริ่มเข้าสู่ช่วงเดือนของเทศกาลตรุษจีน แนวโน้มจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเข้าประเทศไทยมีสัญญาณเชิงบวก โดยจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเพิ่มขึ้นประมาณ 20,000 คนต่อวัน ซึ่ง ททท. คาดการณ์ว่าในช่วงเทศกาลตรุษจีนระหว่างวันที่ 13-22 กุมภาพันธ์ 2569 นักท่องเที่ยวจีนจะเดินทางเข้าประเทศไทยประมาณ 241,000 คน สะท้อนความเชื่อมั่นและศักยภาพของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจีนอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2569

นอกจากนี้ ททท. ยังเดินหน้าส่งเสริมการท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย โดยนางสาวฐาปนีย์  เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ททท. ร่วมงานส่งเสริมการขายทางการท่องเที่ยว Outbound Travel Mart (OTM) 2026 ณ นครมุมไบ สาธารณรัฐอินเดีย ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นงานส่งเสริมการขายในรูปแบบ B2B (Business-to-Business) ระดับนานาชาติขนาดใหญ่ของภูมิภาคเอเชียใต้และภาคตะวันตกของสาธารณรัฐอินเดีย โดยมีคูหาจัดแสดงกว่า 1,600 คูหา จากกว่า 60 ประเทศทั่วโลก ซึ่งปีนี้ ททท. เข้าร่วมเป็นครั้งที่ 13 ได้นำเสน่ห์การท่องเที่ยวไทยไปจัดแสดงในคูหาประเทศไทย ขนาด 200 ตารางเมตร ให้เป็นพื้นที่เจรจาธุรกิจ เชื่อมโยงผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยกับผู้ซื้อจากตลาดอินเดียอย่างใกล้ชิด พร้อมกระตุ้นความสนใจของนักท่องเที่ยวชาวอินเดียกลุ่ม Leisure (นักท่องเที่ยวกลุ่มที่ต้องการพักผ่อนหย่อนใจ) First Visit กลุ่ม Millennials (กลุ่มคนหนุ่มสาว) และกลุ่มคุณภาพสูง (Quality Travelers) โดยได้นำผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทย 36 ราย แบ่งเป็นโรงแรมและที่พัก 17 ราย บริษัทนำเที่ยว 11 ราย แหล่งท่องเที่ยว 7 ราย และสายการบิน 1 ราย ร่วมสร้างโอกาสทางการค้าและขยายฐานนักท่องเที่ยวในตลาดอินเดีย ผ่านการเชื่อมต่อกับผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวตัวจริงในพื้นที่ และเพิ่มขีดความสามารถในการนำเสนอสินค้าและบริการท่องเที่ยวไทยให้แก่ผู้ประกอบการอินเดียผ่านการเจรจาธุรกิจมากขึ้น

ภายในคูหาประเทศไทย นอกจากจะเป็นเวทีพบปะทางธุรกิจแล้ว ททท. ยังใช้โอกาสนี้เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและสินค้า-บริการด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทย จัดกิจกรรมการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย และกิจกรรมสาธิต ภายใต้แคมเปญสื่อสารตลาดต่างประเทศ Healing is the New Luxury เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้เรียนรู้วิถีชีวิต วัฒนธรรม หัตถกรรมที่เกิดจากภูมิปัญญาไทยอย่างใกล้ชิด ซึ่งสะท้อนแนวคิดการสร้างคุณค่าจากวัสดุธรรมดาให้กลายเป็นงานศิลป์ร่วมสมัย อันเป็นเอกลักษณ์ของภูมิปัญญาไทย

ตลาดอินเดียเป็นตลาดที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์และมีแนวโน้มเติบโตสูง โดยตั้งแต่ปี 2567 พบว่ามีจำนวนนักท่องเที่ยวอินเดียเดินทางเข้าประเทศไทยมากกว่า 2.1 ล้านคน ซึ่งถือเป็นตัวเลขสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และสูงกว่าปี 2562 ถึงร้อยละ 8 ต่อมาในปี 2568 ประเทศไทยสามารถปิดปีด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวอินเดีย รวม 2.49 ล้านคน เกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ และสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวกว่า 87,749.18 ล้านบาท ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 4 กุมภาพันธ์ 2569 มีนักท่องเที่ยวชาวอินเดียเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทยแล้ว ทั้งสิ้น 256,782 คน อยู่ในอันดับที่ 4 ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมายังประเทศไทยมากที่สุด สะท้อนศักยภาพของตลาดอินเดียในฐานะตลาดระยะใกล้ที่มีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยและตอกย้ำความนิยมของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวอินเดียอย่างต่อเนื่อง

ปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากความสะดวกสบายในการเดินทางด้วยระยะเวลาบินเพียง 2-4 ชั่วโมง ผ่านเที่ยวบินตรงจากสายการบินกว่า 10 แห่ง โดยมีจำนวนที่นั่งโดยสารรองรับตลอดปีกว่า 3,835,214 ที่นั่ง หรือกว่า 19,132 เที่ยวบิน ประกอบกับนักท่องเที่ยวอินเดียมีความคุ้นเคยกับประเทศไทยเป็นอย่างดี โดยมีสัดส่วนเป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางครั้งแรก (First Visit) ร้อยละ 58.50 และการเดินทางซ้ำ (Repeat Visit) ร้อยละ 41.50 นิยมเดินทางด้วยตนเองในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (Peak Season) ตั้งแต่เดือนธันวาคมต่อเนื่องเดือนมกราคมถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ โดยเฉพาะกลุ่มคู่แต่งงานที่เดินทางเพื่อการพักผ่อน การทำงานควบคู่การท่องเที่ยว (Workation) รวมถึงการเฉลิมฉลองงานแต่งงานหรือโอกาสพิเศษต่าง ๆ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 38,340 บาทต่อคนต่อทริป และพำนักเฉลี่ย 7.11 คืน

ทั้งนี้ กลุ่ม Millennials และ Gen Z ถือเป็นกำลังหลักของการเดินทางออกนอกประเทศของตลาดอินเดีย และตลาดอินเดียยังมีโอกาสเติบโตอีกมากจากการขยายตัวไปสู่เมืองรอง อาทิ Pune, Ahmedabad, Amritsar และ Lucknow รวมถึงความต้องการเดินทางของกลุ่มนักท่องเที่ยวศักยภาพสูง (High-Value Niche) ที่เพิ่มขึ้น เช่น Destination Wedding, Wellness Retreats และการเดินทางแบบครอบครัวหลายช่วงวัย (Multi-Gen Family Trips) ตลอดจนกลุ่ม Young Generation นอกจากนี้ มาตรการยกเว้นการตรวจลงตราให้นักท่องเที่ยวอินเดีย สามารถเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทยเป็นการชั่วคราวเพื่อการท่องเที่ยว ทำงาน หรือการติดต่อธุรกิจระยะสั้นได้ไม่เกิน 60 วัน ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2567 เป็นต้นมา ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางและส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวอินเดียเดินทางเข้าไทยเพิ่มขึ้นอย่างเด่นชัดเช่นกัน

สำหรับปี 2569 ททท. มุ่งส่งเสริมตลาดร่วมกับพันธมิตรบริษัทนำเที่ยวและสายการบิน และกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวกลุ่ม Leisure อาทิ Millennials, Family, Active Senior และ Lady Travelers รวมถึงกลุ่มศักยภาพต่างๆ ได้แก่ Incentive, Wedding & Celebrations, Luxury Leisure และ Sport รวมถึงมุ่งเน้นทำงานกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยตามกรอบ SDG มากขึ้น โดยคาดว่าจะส่งเสริมให้ตลาดอินเดียเติบโตกว่า 2.55 ล้านคน และสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวกว่า 93,000 ล้านบาท เชื่อมั่นว่า การเข้าร่วมงานส่งเสริมการขายในครั้งนี้ จะช่วยยกระดับการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์และศักยภาพทางการท่องเที่ยวของประเทศไทยในตลาดอินเดียอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งเป็นเวทีสำคัญในการรวบรวมข้อมูลเชิงลึกและวิเคราะห์แนวโน้มตลาดเพื่อนำไปสู่การวางกลยุทธ์ทางการตลาดที่ตรงจุด และตอบสนองต่อความต้องการของนักท่องเที่ยวอินเดียได้อย่างดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะเจ้าบ้านที่พร้อมมอบการต้อนรับอย่างอบอุ่นและมีคุณภาพแก่นักท่องเที่ยวอินเดีย ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดเป้าหมายสำคัญของประเทศ โดยคาดการณ์ว่าการเข้าร่วมงานดังกล่าว จะก่อให้เกิดการเจรจาธุรกิจไม่น้อยกว่า 5,000 นัดหมาย และสร้างรายได้ทั้งทางตรงและทางอ้อมประมาณ 366 ล้านบาท

ข่าวที่เกี่ยวข้อง