แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ของประเทศไทย จากการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 7 ปี 2568 พบว่ากลุ่มคนรุ่นใหม่ อายุระหว่าง 18–34 ปี มีอัตราการป่วยโรคความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้นจากปี 2563 จากร้อยละ 25.4 เป็นร้อยละ 29.5 และโรคเบาหวานเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 9.5 เป็นร้อยละ 10.6
สาเหตุสำคัญมาจากพฤติกรรมเสี่ยง ได้แก่ การกินเกินความจำเป็น การพักผ่อนน้อย และการขาดการเคลื่อนไหวร่างกาย นอกจากนี้ ยังพบว่าคนไทยกว่าร้อยละ 83.4 บริโภคโซเดียมเกินมาตรฐาน และมีภาวะอ้วนเพิ่มสูงถึงร้อยละ 45 ซึ่งปัญหาดังกล่าวไม่เพียงส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนเท่านั้น แต่ยังสร้างภาระต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว
เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน กรมอนามัยจึงนำแนวคิด “เวชศาสตร์วิถีชีวิต” (Lifestyle Medicine) มาเป็นเครื่องมือสำคัญในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของประชาชน เพื่อป้องกันการเกิดโรค NCDs โดยเชื่อมโยงการดำเนินงานกับศูนย์ป้องกันโรค NCDs ที่มีอยู่ทั่วประเทศ พร้อมทั้งเตรียมขับเคลื่อนโครงการนำร่องใน 12 เขตสุขภาพ
ด้านแพทย์หญิงนงนุช ภัทรอนันตนพ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กลไกสำคัญในการขับเคลื่อนงานระดับพื้นที่ คือ การพัฒนา “แกนนำสุขภาพระดับอำเภอ” ทำหน้าที่เป็น Health Coach ช่วยเพิ่มความรอบรู้ด้านสุขภาพให้ประชาชน และส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามหลักเวชศาสตร์วิถีชีวิต ภายใต้ 6 เสาหลัก ได้แก่ โภชนาการที่เหมาะสม การมีกิจกรรมทางกาย การนอนหลับอย่างเพียงพอ การจัดการความเครียด ความสัมพันธ์ทางสังคมที่ดี และการหลีกเลี่ยงสารเสพติดและพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การงดสูบบุหรี่ จำกัดหรือหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงลดการสัมผัสมลพิษอย่างฝุ่น PM 2.5
ขณะที่นายแพทย์อัครวัฒน์ เพียวพงภควัต ผู้อำนวยการส่งเสริมความรอบรู้และสื่อสารสุขภาพ กล่าวว่า ผลการสำรวจความรอบรู้ด้านสุขภาพเรื่องโรค NCDs พบว่าประชาชนมีความรู้ในระดับเพียงพอสูงถึงร้อยละ 93.18 แต่เมื่อพิจารณาด้านพฤติกรรม กลับพบว่ามากกว่าร้อยละ 50 ยังมีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การบริโภคอาหารไขมันสูง อาหารหวาน และอาหารที่มีโซเดียมสูง อาทิ น้ำจิ้ม น้ำพริก อาหารเมนูน้ำ และการเติมเครื่องปรุงรสเค็มเป็นประจำ
นอกจากนี้ พบว่าประชาชนที่บริโภคผักและผลไม้สดอย่างหลากหลาย อย่างน้อยวันละ 4–6 กำมือ มีเพียงร้อยละ 48.70 และผู้ที่ออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องสะสมครบ 150 นาทีต่อสัปดาห์ มีเพียงร้อยละ 48.90 เท่านั้น
การจัดอบรมพัฒนาแกนนำสุขภาพตามแนวทางเวชศาสตร์วิถีชีวิต จะเป็นการสร้างพี่เลี้ยงสุขภาพในชุมชน เพื่อนำกลุ่มเสี่ยงเข้าสู่ศูนย์ป้องกันโรค NCDs พร้อมติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง จนสามารถกลับมามีสุขภาพที่ดี โดยมีเป้าหมายสำคัญ คือ การลดจำนวนผู้ป่วยโรค NCDs ของประเทศในอนาคตอย่างเป็นรูปธรรม








