ครม. เห็นชอบมาตรการรับมือไฟป่า หมอกควัน ฝุ่น PM2.5 เตือนภัยผ่าน Cell Broadcast ลดผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ปี 2569 และมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตามมาตรการดังกล่าวต่อไป ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เสนอ ซึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้รายงานว่า

สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคกลาง ภาคตะวันตก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ มีแนวโน้มสูงขึ้นในช่วงปลายปีต่อเนื่องถึงต้นปีเป็นประจำทุกปี โดยมีแหล่งกำเนิดมาจากไฟป่า การเผาในพื้นที่เกษตร การจราจรและขนส่ง โรงงานอุตสาหกรรม และหมอกควันข้ามแดน ที่เกิดจากการเผาในประเทศเพื่อนบ้าน ประกอบกับในช่วงต้นปีจะมีความกดอากาศสูงทำให้อากาศปิด ลมสงบ ส่งผลให้เกิดการสะสมของฝุ่นละอองในพื้นที่เกินมาตรฐาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจึงจัดทำมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ปี 2569 (มาตรการฯ) เพื่อเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5   ก่อนเข้าสู่สถานการณ์วิกฤตฝุ่นละอองและป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน

ทั้งนี้ในการประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ครั้งที่ 5/2568 เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2568

มีมติเห็นชอบต่อมาตรการฯ และมอบหมายให้ กรมควบคุมมลพิษ เสนอต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป โดยมีมาตรการฯ ดังนี้

กำหนดพื้นที่เป้าหมาย :   พื้นที่ป่า โดยกำหนดเป้าหมายลดการเผาป่าทั่วประเทศ และป่าแปลงใหญ่ 14 กลุ่มป่า ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 10

พื้นที่เกษตร ภาพรวม ควบคุมพื้นที่เผาไหม้ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 15 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 10 ภาคเหนือ 17 จังหวัด ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 20 ภาคกลาง ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 10 ภาคตะวันตก ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 10 ภาคตะวันออก ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 10 นอกจากนี้ นาข้าว มีเป้าหมายการเผาลดลงไม่น้อยกว่า ร้อยละ 10 ข้าวโพดและพืชไร่หมุนเวียน ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 10 และ อ้อยโรงงาน ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 15

พื้นที่เมือง ควบคุมการระบายฝุ่นในพื้นที่เมือง โดยตั้งเป้าหมายให้ยานพาหนะ โรงงานอุตสาหกรรม และสถานประกอบกิจการเป้าหมายปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบ ร้อยละ 100 ซึ่งกำหนดเป้าหมายผลลัพธ์คุณภาพอากาศในปี 2569 โดยตั้งเป้าหมายค่าเฉลี่ย PM2.5 และจำนวนวันที่ฝุ่น PM2.5  เกินมาตรฐาน ให้ลดลงจากค่าเฉลี่ยปี 2568 สรุปได้ดังนี้

(1) 17 จังหวัด ภาคเหนือ เป้าหมายค่าเฉลี่ย PM2.5 ลดลงร้อยละ 10 จำนวนวันที่ PM2.5 เกินมาตรฐาน ลดลงร้อยละ 5

(2) กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เป้าหมายค่าเฉลี่ย PM2.5 ลดลงร้อยละ 5  จำนวนวันที่ PM2.5 เกินมาตรฐาน ลดลงร้อยละ 5

(3) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป้าหมายค่าเฉลี่ย PM2.5 ลดลงร้อยละ 5 จำนวนวันที่ PM2.5 เกินมาตรฐาน ลดลงร้อยละ 5

(4) ภาคกลาง เป้าหมายค่าเฉลี่ย PM2.5 ลดลงร้อยละ 5 จำนวนวันที่ PM2.5 เกินมาตรฐาน ลดลงร้อยละ 5

(5) ภาคตะวันตก เป้าหมายค่าเฉลี่ย PM2.5 ลดลงร้อยละ 10 จำนวนวันที่ PM2.5 เกินมาตรฐาน ลดลงร้อยละ 5

(6) ภาคตะวันออก เป้าหมายค่าเฉลี่ย PM2.5 ลดลงร้อยละ 10 จำนวนวันที่ PM2.5 เกินมาตรฐาน ลดลงร้อยละ 5

การดำเนินงาน แบ่งเป็น 2 ระยะ ได้แก่

ระยะเตรียมการ

การควบคุมการเผาในพื้นที่เกษตร

• จัดหาเครื่องมือ/เครื่องจักรกลทางการเกษตรเพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรทำการเกษตรแบบไม่เผา เช่น เครื่องเกี่ยวข้าว เครื่องไถกลบตอซัง และเครื่องอัดฟาง เป็นต้น โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ

• กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข การบริหารการเผาในพื้นที่เกษตร (ประกอบด้วยช่วงเวลา จำนวนพื้นที่ เงื่อนไขการเผาการควบคุมดูแล) เพื่อให้แต่ละจังหวัดจัดเตรียมระบบ ขั้นตอนและผู้รับผิดชอบ รวมถึงประกาศให้เกษตรกรรับทราบโดยทั่วกัน โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) (GISTDA) เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ

• ขยายระยะเวลาประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฉบับลงวันที่ 17 มกราคม 2568 หากพบว่าเกษตรกรรายใดมีประวัติการเผาในพื้นที่การเกษตร เกษตรกรรายนั้นจะไม่ได้รับสิทธิในการเข้าร่วม โครงการสนับสนุนและพัฒนาศักยภาพเกษตรกรทุกโครงการ โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ

• ประกาศกำหนดเป้าหมายการรับอ้อยไฟไหม้เข้าโรงงาน ไม่เกินร้อยละ 15 กระทรวงอุตสาหกรรม เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ

การจัดการไฟในพื้นที่ป่า

• องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่ได้รับจัดสรรงบประมาณประจำปี 2569 จัดทำแผนปฏิบัติการป้องกันและควบคุมไฟป่าในพื้นที่รับผิดชอบและนำแผนและงบประมาณบูรณาการกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อปท. และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นหน่วยงานรับผิดชอบ

• จัดทำแผนที่เสียงไฟป่า 14 กลุ่มป่า วางแผนบูรณาการ ตั้งจุดเฝ้าระวังร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฝ่ายทหาร ชุมชน เครือข่าย และเตรียมความพร้อมศูนย์สั่งการและติดตามสถานการณ์ไฟป่า ทุกระดับชั้น ให้เชื่อมโยงทั้งระดับประเทศระดับจังหวัดและพื้นที่รอยต่อระหว่างจังหวัด ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงกลาโหม เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ

• พัฒนาบุคลากรชุดเฝ้าระวัง/ลาดตระเวน และชุดสนับสนุนการควบคุมไฟป่าประจำตำบลให้พร้อมใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างเชี่ยวชาญ ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ

การควบคุมฝุ่นในเขตเมือง

ภาคยานพาหนะ

• ออกประกาศกำหนดให้รถยนต์ดีเซลต้องผ่านการตรวจสภาพรถยนต์ประจำปีตามเกณฑ์มาตรฐานควันดำไม่เกินร้อยละ 20 กระทรวงคมนาคม กรมการขนส่งทางบก เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ

• ปรับปรุงกฎหมายการสั่งห้ามใช้รถที่ปล่อยควันดำเกินมาตรฐานเป็นการสั่งห้ามใช้เด็ดขาดแทนการสั่งห้ามใช้ชั่วคราว จนกว่าจะปรับปรุงแก้ไข เพื่อป้องกันมิให้มีการใช้รถที่ปล่อยควันดำเกินมาตรฐานในระหว่างรอการปรับปรุงแก้ไข กรมควบคุมมลพิษ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ

• ประชาสัมพันธ์โครงการสนับสนุนการตรวจสภาพรถยนต์เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องรถยนต์ ไส้กรองอากาศ และไส้กรองน้ำมันเพื่อให้รถยนต์มีสภาพพร้อมใช้งาน ไม่ปล่อยควันดำเกินเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดร่วมกับภาคเอกชน กรมควบคุมมลพิษ ร่วมกับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ

ภาคอุตสาหกรรม

• กำหนดค่ามาตรฐานควบคุมการระบายฝุ่นละอองในกรุงเทพมหานครให้เข้มงวดขึ้น สำหรับโรงงานอุตสาหกรรมที่มีการใช้หม้อไอน้ำและกำหนดให้โรงงานที่มีการระบายมลพิษสูงในท้องที่กรุงเทพมหานคร ต้องติดตั้งเครื่องมือหรือเครื่องอุปกรณ์พิเศษ (CEMS) เพื่อรายงานมลพิษอากาศจากปล่องโรงงาน ได้แก่ โรงงานผลิตพลังงานไฟฟ้าโรงงานที่มีหม้อไอน้ำ โรงงานที่มีการเผาไหม้เชื้อเพลิง กระทรวงอุตสาหกรรม เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ

การจัดการหมอกควันข้ามแดน

• จัดทำประกาศกระทรวงพาณิชย์ กำหนดมาตรการควบคุมการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ปลอดการเผา ให้เริ่มใช้บังคับในปี 2569 กระทรวงพาณิชย์ เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ

• จัดทำระบบตรวจสอบย้อนกลับสินค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรว่ามีกระบวนการผลิตปลอดการเผา กระทรวงเกษตรฯ  ร่วมกับ กระทรวงพาณิชย์ เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ

การบริหารจัดการภาพรวม

• จัดเตรียมโครงการขอรับการสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 งบกลาง รายการเงินสำรอง จ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น สำหรับภารกิจควบคุมไฟป่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ กระทรวงกลาโหม กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงบประมาณ เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ

• ทดสอบระบบการแจ้งเตือนสถานการณ์ เมื่อปริมาณ ฝุ่นละออง PM2.5 เกินมาตรฐาน ผ่านระบบ Cell Broadcast กรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ร่วมกับ กรมควบคุมมลพิษ กรมอุตุนิยมวิทยา GISTDA และกรุงเทพมหานคร เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ

ระยะปฏิบัติการ

การควบคุมการเผาในพื้นที่เกษตร 

• บริหารการเผาในพื้นที่เกษตรที่เพาะปลูกข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อ้อยโรงงานตามรายชื่อเกษตรกรและจำนวนพื้นที่ที่ขึ้นทะเบียน กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับกระทรวงเกษตรฯ เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ

• ให้ภาคเอกชนสนับสนุนเครื่องจักรกลการเกษตร ระบบการเก็บรวบรวมและขนส่ง การผลิตเชื้อเพลิงจากเศษวัสดุทางการเกษตร สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (สกท.) ร่วมกับกระทรวงเกษตรฯ เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ

การจัดการไฟในพื้นที่ป่า

• จัดตั้งจุดตรวจ จุดเฝ้าระวังพื้นที่เสียงและพื้นที่เป้าหมาย ร่วมกับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ฝ่ายทหาร ชุมชน และเครือข่ายเพื่อเฝ้าระวังและจับกุมเมื่อเกิดการบุกรุกและเผาพื้นที่ป่า รวมถึงการสร้างการรับรู้ปลุกจิตสำนึก ให้กับชุมชนในพื้นที่ “แบบเคาะประตูบ้าน” กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม และ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ

• ประกาศปิดป่าในห้วงเวลาที่เหมาะสมและจัดสรรสิทธิประโยชน์ตามระเบียบราชการแก่ผู้ให้ความร่วมมือในการจัดการไฟป่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ

การควบคุมฝุ่นในเขตเมือง

ภาคยานพาหนะ

• ติดตาม เฝ้าระวังยานพาหนะเข้าเขตมลพิษต่ำ (Low Emission Zone) ของ กทม. ให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด กทม. เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ

• เข้มงวด ตรวจสอบยานพาหนะควันดำ หากพบเกินมาตรฐานให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด กระทรวงคมนาคม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ กทม. เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ

ภาคอุตสาหกรรม

• ตรวจกำกับ บังคับใช้กฎหมายกับโรงงานอุตสาหกรรมเป้าหมายและสถานประกอบกิจการเป้าหมายอย่างเข้มงวด กระทรวงอุตสาหกรรม เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ

การจัดการหมอกควันข้ามแดน

• ควบคุมการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ให้เป็นไปตามประกาศกำหนดมาตรการควบคุมการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ปลอดการเผา กระทรวงเกษตรฯ เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ

• ดำเนินการตามกรอบความร่วมมือ เช่น แผนปฏิบัติการร่วมภายใต้ยุทธศาสตร์ฟ้าใส กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ

การบริหารจัดการภาพรวม

• จัดเตรียมห้องปลอดฝุ่นเพื่อดูแลกลุ่มเปราะบาง แจกจ่าย อุปกรณ์ป้องกัน เช่น หน้ากาก แก่ประชาชนในพื้นที่เสียง กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย และ กทม. เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ

• ยกระดับการสื่อสารและแจ้งเตือนสถานการณ์ ดังนี้

1) ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ รายงานสถานการณ์การคาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละอองภาพรวมทั่วประเทศ สู่สาธารณะและแจ้งข้อมูลต่อคณะกรรมการระดับจังหวัดและหน่วยงานกำกับดูแลแหล่งกำเนิดมลพิษ

2) ผู้ว่าราชการจังหวัดตั้งศูนย์สั่งการและติดตามสถานการณ์ระดับจังหวัดเพื่อสื่อสารข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องต่อสาธารณะ

3) แจ้งเตือนภัยสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ผ่านระบบ Cell Broadcast และ SMS เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลการแจ้งเตือนและรับมือสถานการณ์เพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพ  

กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับ กรมควบคุมมลพิษ กรมอุตุนิยมวิทยา GISTDA และ กทม. เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ

ทั้งนี้คณะกรรมการอำนวยการเพื่อการจัดการปัญหามลพิษทางอากาศ ซึ่งมีนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน ทำหน้าที่ เช่นเสนอแนะนโยบายและแนวทางมาตรการเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาไฟป่า และติดตามการดำเนินงานของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีกรมควบคุมมลพิษเป็นหน่วยงานผู้ประสานงานหลัก ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เห็นว่ามาตรการฯ เป็นภารกิจประจำ ที่จำเป็นต้องดำเนินการในช่วงเวลาเดียวกันของทุกปี โดยใช้งบประมาณของหน่วยงานที่รับผิดชอบภารกิจและไม่มีการขออนุมัติงบประมาณเพิ่มเติม ในชั้นนี้จึงไม่ได้เป็นกรณีที่คณะรัฐมนตรีกระทำการอันมีผลเป็นการอนุมัติงานหรือโครงการ หรือมีผลเป็นการสร้างความผูกพันต่อคณะรัฐมนตรีชุดต่อไปตามมาตรา 169 (1) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ดังนั้น คณะรัฐมนตรีจึงสามารถให้ความเห็นชอบมาตรการฯ และมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามมาตรการดังกล่าวต่อไปได้ตามที่เห็นสมควร

ข่าวที่เกี่ยวข้อง