ครม. รับทราบมาตรการด้านวีซ่า เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ

คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบมาตรการและแนวทางการตรวจลงตราเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไทย ตามที่กระทรวงการต่างประเทศ เสนอ ซึ่งเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2567 ที่มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศรับไปดำเนินการเกี่ยวกับมาตรการและแนวทางการตรวจลงตรา (วีซ่า) เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งประกอบด้วยมาตรการระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว โดยกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ดำเนินการสรุปได้ดังนี้

1. เรื่องที่ดำเนินการแล้วเสร็จ

          มาตรการระยะสั้น ได้แก่

(1) กำหนดรายชื่อประเทศและดินแดนที่ผู้ถือหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเพื่อการท่องเที่ยว ทำงานหรือการติดต่อธุรกิจ ระยะสั้น ได้รับการยกเว้นการตรวจลงตราและให้อยู่ในราชอาณาจักรได้ไม่เกิน 60 วัน เป็นกรณีพิเศษ (ผ.60) จำนวน 93 ประเทศ/ดินแดน

(2) กำหนดรายชื่อประเทศที่ผู้ถือหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวจะขอรับการตรวจลงตรา ณ ช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมือง (Visa on Arrival: VOA) ระยะแรก จำนวน 31 ประเทศ/ดินแดน                                      

(3) อนุญาตให้คนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรเพื่อท่องเที่ยวและทำงานทางไกล เป็นกรณีพิเศษ โดยเพิ่มการตรวจลงตราประเภท Destination Thailand Visa (DTV) (เป็นวีซ่าเพื่อดึงดูด นักท่องเที่ยวคุณภาพสูง กลุ่มคนทำงานจากระยะไกล (Digital Nomads) และผู้ที่ต้องการเข้าร่วมกิจกรรมเชิงวัฒนธรรมในประเทศไทย เช่น มวยไทย การนวดแผนไทย การทำอาหารไทย และกิจกรรมเกี่ยวกับ Thai soft power อื่นๆ)

(4) อนุญาตให้คนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรเพื่อศึกษา หรือศึกษาและทำงาน เป็นกรณีพิเศษ โดยเพิ่มการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว (Non-Immigrant) รหัส ED Plus

(5) แต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายการตรวจลงตรา (ชุดเดิม) โดยในปี 2568 ได้จัดการประชุมไปแล้ว 2 ครั้ง ล่าสุด นายกรัฐมนตรีได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการฯ ขึ้นใหม่แล้ว ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศจะได้จัดการประชุมคณะกรรมการฯ ต่อไป

มาตรการระยะกลาง ได้แก่

(1) จัดกลุ่มและปรับลดรหัสกำกับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว (Non-Immigrant) จากเดิม 17 รหัส เหลือ 7 รหัส มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2568  เป็นต้นมา โดยกระทรวงการต่างประเทศได้แก้ไขข้อมูลในระบบตรวจลงตราอิเล็กทรอนิกส์ (e-Visa) แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางของกระทรวงการต่างประเทศแล้ว

(2) ขยายการเปิดให้บริการการตรวจลงตราอิเล็กทรอนิกส์ (e-Visa) โดยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นมา กระทรวงการต่างประเทศได้ขยายการเปิดให้บริการฯ ครอบคลุมสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ทั้งหมด 94 แห่งทั่วโลก ผ่านเว็บไซต์ https://www.thaievisa.go.th/

มาตรการระยะยาว ได้แก่ การพัฒนาระบบ Electronic Travel Authorization (ETA) (ระบบการตรวจสอบและอนุมัติการเดินทางล่วงหน้าทางออนไลน์ สำหรับชาวต่างชาติที่ได้รับยกเว้นวีซ่า) โดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้พัฒนาระบบ ตม.6 ออนไลน์ (Thailand Digital Arrival Card: TDAC) ขึ้นแทน ETA และได้เริ่มใช้งานระบบ TDAC ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 เป็นต้นมา

2. เรื่องที่อยู่ระหว่างดำเนินการ

มาตรการระยะสั้น ได้แก่ กำหนดรายชื่อประเทศที่ผู้ถือหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวจะขอรับการตรวจลงตรา ณ ช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมือง (Visa on Arrival: VOA) ระยะที่สอง จำนวน 8 ประเทศ

          มาตรการระยะกลาง ได้แก่ ปรับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการรับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราวพำนักระยะยาว (Long Stay) สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุที่ประสงค์ใช้ชีวิตบั้นปลายในประเทศไทย

อย่างไรก็ตามภายหลังการใช้บังคับมาตรการ ผ.60 และ VOA ระยะแรก ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2567 เป็นต้นมา มีข้อสังเกตเกี่ยวกับผลกระทบต่อความมั่นคงและภาพลักษณ์ของประเทศ เนื่องจากชาวต่างชาติบางส่วนใช้มาตรการยกเว้นการตรวจลงตรา โดยเฉพาะ ผ.60 ผิดวัตถุประสงค์ โดยแฝงเข้ามาลักลอบทำงานหรือกระทำผิดกฎหมายในไทยและในประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีแนวทางแก้ไขคือ คณะกรรมการนโยบายการตรวจลงตราชุดใหม่ที่นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งแต่งตั้ง สามารถพิจารณาทบทวนมาตรการตรวจลงตราต่างๆ ได้ โดยกระทรวงการต่างประเทศจะได้นำเสนอปัญหาที่เกิดจากการใช้บังคับ ผ.60 และมาตรการตรวจลงตราอื่นๆ ที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ให้คณะกรรมการฯ พิจารณาในโอกาสแรก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง