นายกฯ สั่งตำรวจเร่งสอบสวนดำเนินคดี “ศึกษา” เตรียมเสนอเลื่อนขั้นเงินเดือน ผอ.โรงเรียน ที่เสียชีวิต “ยุติธรรม” แจ้งสิทธิ์รับเงินเยียวยา

จากเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนที่ชิงมาจากตำรวจบุกเข้าไปก่อเหตุบุกจับครู-นักเรียนเป็นตัวประกัน ในโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เป็นเหตุให้นางศศิพัชร สินสโมสร ผู้อำนวยการโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ เสียชีวิต และนักเรียน 2 รายได้รับบาดเจ็บ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับผู้บาดเจ็บทั้ง 2 ราย ไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ และทรงรับผู้เสียชีวิตไว้เป็นศพในพระบรมราชานุเคราะห์ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษ

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีรับสั่งสดุดีในความกล้าหาญและเสียสละ นับเป็นวีรกรรม ซึ่งบังเกิดจากคุณธรรมอันสูงส่งยิ่ง ทรงปลงธรรมสังเวช และมีพระบัญชาโปรดให้ไวยาวัจกรจัดปัจจัยเท่าจำนวน 20,000 บาท ประทานช่วยการศพ พร้อมทั้งโปรดประทานผ้าไตร 1 ไตร และไม้จันทน์ 1 ช่อ มอบให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เชิญไปในการพระราชทานเพลิงศพ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ได้รับรายงานแล้ว และตำรวจกำลังเร่งสอบสวนดำเนินคดี ส่วนตัวได้สั่งการไปแล้ว เนื่องจากเป็นเหตุอุกอาจ ต้องดำเนินการอย่างเข้มงวด สำหรับสาเหตุที่อาจมาจากยาเสพติด ส่วนตัวทราบว่าเกิดจากอาการคลุ้มคลั่ง ซึ่งตำรวจพยายามไล่ตะครุบตั้งแต่อยู่ที่บ้าน และมีการต่อสู้ฉกชิงปืนไป เป็นรายงานเบื้องต้นที่ได้รับทราบ ส่วนรายละเอียดเป็นอย่างไรให้ตำรวจเป็นผู้ชี้แจง ซึ่งปัญหายาเสพติดนั้นได้กำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ เรื่องเหล่านี้ต้องตัดไฟตั้งแต่ต้นลม

ด้านว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในสถานศึกษา ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เสียชีวิต และสร้างความกระทบกระเทือนต่อสภาพจิตใจของนักเรียนและบุคลากรในโรงเรียน ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวงศึกษาธิการ ได้แสดงความห่วงใยอย่างยิ่งต่อสวัสดิภาพของนักเรียนที่อยู่ในเหตุการณ์ รวมถึงผู้ได้รับบาดเจ็บ ตลอดจนคณะครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกคน ซึ่งร้อยเอก ธรรมนัส ได้สั่งการให้ ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่โดยด่วน เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด กำกับการช่วยเหลือ และสั่งการหน่วยงานในสังกัดให้ดำเนินการอย่างรอบคอบ เพื่อให้การดูแลผู้ได้รับผลกระทบเป็นไปอย่างเหมาะสมและทันการณ์ พร้อมกันนี้ ได้กำชับให้บูรณาการการทำงานแบบข้ามหน่วยงาน โดยได้ประสาน กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำบุคลากรผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตเด็กและเยาวชนลงพื้นที่ เพื่อดูแลสภาพจิตใจของนักเรียนทั้งโรงเรียนอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมการช่วยเหลือเร่งด่วนในระยะสั้น ควบคู่กับการวางแผนฟื้นฟูในระยะยาว เพื่อให้เด็กทุกคนกลับมาเรียนรู้ได้อย่างมั่นคงและปลอดภัย และเน้นย้ำว่าการดูแลนักเรียนต้องรอบด้าน ทั้งความปลอดภัยทางกายและความปลอดภัยทางใจ และต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายและโรงเรียนกลับสู่ภาวะปกติอย่างแท้จริง

ขณะที่ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง พร้อมเร่งสั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ดำเนินการช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ คณะครู และนักเรียนในโรงเรียนอย่างใกล้ชิด ทั้งด้านสวัสดิการและการเยียวยาสภาพจิตใจ ทั้งนี้กระทรวงศึกษาธิการ ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งพิจารณาสิทธิประโยชน์และบำเหน็จความชอบเป็นกรณีพิเศษตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง พร้อมเตรียมเสนอเรื่องต่อสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาเลื่อนเงินเดือนกรณีพิเศษ ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการให้บำเหน็จความชอบเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งสูงสุดคือ การเลื่อนเงินเดือนกรณีพิเศษ จำนวน 7 ขั้น ในอัตรา 1 ขั้น เท่ากับร้อยละ 5 รวมเป็นร้อยละ 35 ของอัตราเงินเดือน และขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้แก่ผู้เสียชีวิต โดยอาศัยหลักเกณฑ์ตามที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีกำหนด

นอกจากนี้ ได้สั่งการให้ สพฐ. ประสานกระทรวงสาธารณสุขในการดูแลรักษาผู้บาดเจ็บอย่างใกล้ชิด และจัดทีมสหวิชาชีพด้านจิตวิทยาเข้าให้การดูแลครูและนักเรียนในโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งทบทวนและยกระดับมาตรการความปลอดภัยในสถานศึกษาให้เข้มงวดและรัดกุมมากยิ่งขึ้น พร้อมย้ำว่ากระทรวงศึกษาธิการจะดูแลครอบครัวของผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ และบุคลากรทางการศึกษาที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มกำลัง พร้อมดำเนินมาตรการต่าง ๆ อย่างรอบคอบ เพื่อให้โรงเรียนเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่ปลอดภัยสำหรับนักเรียนทุกคน

นอกจากนี้คุรุสภามอบ “รางวัลครูถิรคุณ” แก่นางศศิพัชร สินสโมสร ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบเพื่อประกาศเกียรติคุณและยกย่องครูผู้มีความเสียสละและอุดมการณ์ในวิชาชีพ ดำเนินงานโดยคุรุสภา จะพิจารณาผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเทและเสียสละ มีจิตวิญญาณรักและศรัทธาในวิชาชีพจนเป็นที่ประจักษ์

ทั้งนี้ ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ได้เดินทางลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เยี่ยมให้กำลังใจเด็กนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บและรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และได้พูดคุยสอบถามอาการกับทีมแพทย์และผู้ปกครองอย่างละเอียด พร้อมกล่าวชื่นชมเด็กนักเรียนที่มีสติและความเข้มแข็งในช่วงเวลาวิกฤตที่สามารถควบคุมตนเองในสถานการณ์คับขันได้เป็นอย่างดี ซึ่งขณะนี้อาการโดยรวมปลอดภัย ขอให้เด็กพักผ่อนให้เต็มที่ ไม่ต้องกังวลเรื่องการเรียน กระทรวงศึกษาธิการจะดูแลอย่างเต็มที่

ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้แสดงความห่วงใยต่อความปลอดภัยของนักเรียน ครู และบุคลากรทุกคน พร้อมดำริให้ใช้งบประมาณของสำนักนายกรัฐมนตรีในการเยียวยาครอบครัวของ นางศศิพัชร สินสโมสร ผู้อำนวยการโรงเรียนที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องเด็กนักเรียน รวมถึงดูแลเยียวยาสภาพจิตใจของผู้ที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเหตุไม่คาดคิด แม้บริเวณหน้าโรงเรียนจะมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำอยู่ แต่สถานการณ์เกิดขึ้นรวดเร็ว แต่ทุกฝ่ายพยายามอย่างเต็มที่ในการปกป้องนักเรียนเป็นอันดับแรก ภายหลังเหตุการณ์ กระทรวงศึกษาธิการได้ประสานกับผู้บริหารโรงเรียน คณะกรรมการสถานศึกษา และหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อดูแลสภาพจิตใจของครู นักเรียน และผู้ปกครองอย่างใกล้ชิด โดยจะจัดทีมครูแนะแนวและนักจิตวิทยาเข้าไปฟื้นฟูสภาพจิตใจต่อเนื่อง พร้อมประสาน โรงพยาบาลหาดใหญ่ และ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ให้สนับสนุนด้านจิตวิทยาอย่างเต็มที่ และได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มกำลังดูแลความปลอดภัยในระยะเร่งด่วน เนื่องจากครูและนักเรียนทั้งโรงเรียนเกิดเหตุและโรงเรียนใกล้เคียงยังมีความหวาดระแวง

จากนั้นเดินทางไปโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ เพื่อรับฟังรายงานสถานการณ์และติดตามมาตรการดูแลความปลอดภัยของโรงเรียนอย่างใกล้ชิด พร้อมให้กำลังใจผู้บริหาร ครู นักเรียน และผู้ปกครองที่ได้รับผลกระทบ และยังได้ร่วมพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ นางศศิพัชร สินสโมสร ผู้อำนวยการโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ณ วัดยูงทอง เพื่อแสดงความอาลัยและให้เกียรติแก่ผู้เสียชีวิต

ขณะที่พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นประธานในพิธีรดน้ำศพ นางศศิพัชร พร้อมกันนี้ได้พบปะให้กำลังใจครอบครัวสินสโมสร และยืนยันว่ากองทัพภาคที่ 4 จะให้การดูแลช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวอย่างเต็มกำลัง

นอกจากนี้กระทรวงยุติธรรมแจ้งความคืบหน้าการช่วยเหลือกรณีเกิดเหตุการณ์คนร้ายใช้อาวุธปืนก่อเหตุภายในโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ โดยภายหลังเกิดเหตุกระทรวงยุติธรรม โดยสำนักงานยุติธรรมจังหวัดสงขลาได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งในพื้นที่โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ โรงพยาบาลหาดใหญ่ และโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ และได้ประสานข้อมูลกับพนักงานสอบสวนและเข้าพบญาติผู้เสียชีวิต และผู้ได้รับบาดเจ็บ รวมจำนวน 3 ราย กระทรวงยุติธรรมจะเร่งให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดมีสิทธิได้รับความช่วยเหลือตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559) ดังนี้

กรณีเสียชีวิต

(1) ค่าตอบแทนกรณีถึงแก่ความตาย จำนวน 100,000 บาท 

(2) ค่าจัดการศพ 20,000 บาท

(3) ค่าขาดอุปการะเลี้ยงดู 40,000 บาท

(4) ค่าเสียหายอื่น 40,000 บาท

รวม 200,000 บาท

กรณีบาดเจ็บ

(1) ค่ารักษาพยาบาล ไม่เกิน 40,000 บาท 

(2) ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพฯ ไม่เกิน 20,000 บาท

(3) ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้ ตามค่าแรงขั้นต่ำในพื้นที่จังหวัดที่ประกอบการงาน ไม่เกิน 1 ปี 

(4) ค่าตอบแทนความเสียหายอื่นๆ ไม่เกิน 50,000 บาท

โดยเป็นการพิจารณาตามแนวทางอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ และสาธารณชนให้ความสนใจ อย่างไรก็ตาม ขึ้นอยู่กับความเห็นของพนักงานสอบสวน และคณะอนุกรรมการฯ ประจำจังหวัดสงขลาเป็นสำคัญ

จากเหตุการณ์ดังกล่าวกระทรวงยุติธรรมจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และกำชับหน่วยงานในสังกัดให้บูรณาการการทำงานอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การช่วยเหลือ เยียวยา และคุ้มครองสิทธิของผู้ได้รับผลกระทบตามกฎหมายอย่างครบถ้วนและทันท่วงที สอดคล้องกับนโยบายการอำนวยความยุติธรรมเชิงรุก มุ่งให้กระทรวงยุติธรรมเป็น “ที่พึ่งของประชาชน” เข้าถึงได้ รวดเร็ว และสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนในทุกพื้นที่ของประเทศ

ส่วนความคืบหน้าการดำเนินคดี พลตำรวจตรี อาชาน จันทร์ศิริ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 เปิดเผยว่า ขณะนี้เตรียมดำเนินคดีกับผู้ต้องหาในข้อหาหนักตามประมวลกฎหมายอาญา โดยอยู่ระหว่างพิจารณาความผิดฐาน “พยายามฆ่า” หรือ “ทำร้ายร่างกาย” ตามพฤติการณ์ที่ปรากฏ จากการตรวจสอบเบื้องต้น ไม่พบสารเสพติดในร่างกายของผู้ต้องหา อย่างไรก็ตาม พบว่าผู้ต้องหาเคยมีประวัติการรักษาอาการทางจิตเวช แต่ระยะหลังไม่ได้เข้ารับการรักษาหรือรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนขั้นตอนต่อไปจะส่งตัวผู้ต้องหาเข้ารับการตรวจประเมินสภาพจิตโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างละเอียด เพื่อนำผลวินิจฉัยประกอบสำนวนคดี และพิจารณาว่าขณะเกิดเหตุผู้ต้องหามีสติสัมปชัญญะครบถ้วนหรือไม่ ทั้งนี้ ยืนยันว่าจะดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมอย่างรอบคอบ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง