CIB ปฏิบัติการ “Ghost Buster” เอาผิดนักกีฬาอีสปอร์ต

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เปิดปฏิบัติการ “Ghost Buster ปราบร่างทรงซีเกมส์” ดำเนินคดีกับนักกีฬาอีสปอร์ตทีมชาติไทย และผู้ร่วมขบวนการ หลังพบพฤติการณ์ทุจริตการแข่งขันเกม Arena of Valor (RoV) ในมหกรรมกีฬาซีเกมส์
ที่กองปราบ พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ (ผบก.ป.) เปิดเผยความคืบหน้าคดีทุจริตการแข่งขันกีฬาอีสปอร์ตในมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 รายการเกม Arena of Valor (RoV) ประเภททีมหญิง ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15–16 ธันวาคม 2568 ที่ศาลาพระเกี้ยว จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยเป็นการแข่งขันระหว่างทีมชาติไทยกับทีมชาติเวียดนาม

พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ ระบุว่า การกระทำของ น.ส.ณภัทร หรือ “Tokyogurl” และนายไชโย หรือ “ก้อง Cheerio” ไม่ใช่เพียงการโกงเกมทั่วไป แต่เป็นการทุจริตในการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ เข้าข่ายอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของประเทศ ส่งผลให้นักกีฬาทีมชาติไทยถูกตัดสิทธิ์ออกจากการแข่งขันทันที ก่อนที่สมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทยจะเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อกองบังคับการปราบปราม

ต่อมาเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานและขออำนาจศาลออกหมายค้น 3 จุด ได้แก่ จุดที่ 1 ของนายไชโยใน จ.นครพนม จุดที่ 2 หอพักย่านบางกระสอ จ.นนทบุรี จุดที่ 3 คอนโดมิเนียมของ น.ส.ณภัทร จ.นนทบุรี จากการตรวจค้นพบตัวผู้ต้องหาทั้งสอง พร้อมตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ ข้อมูลไอพี และแชทในการสนทนาที่ใช้ยืนยันการกระทำความผิดในครั้งนี้

จากการสอบสวน นายไชโยรับสารภาพว่า เคยเข้าเล่นเกมแทน น.ส.ณภัทร มาหลายครั้งตั้งแต่ก่อนการคัดเลือกเข้าสังกัดทีมอีสปอร์ตและทีมชาติ โดยให้การว่า หากการแข่งขันซีเกมส์คว้าเหรียญทองได้ จะได้รับรางวัลเป็นโทรศัพท์ iPhone รุ่นใหม่ล่าสุด แต่หากแพ้จะได้รับผลตอบแทนเพียงเล็กน้อย เช่น ค่าเช่าบ้านหรือค่าน้ำมันรถ ส่วนความสัมพันธ์ส่วนตัวไม่ขอก้าวล่วง แต่ยอมรับว่ามีลักษณะเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจที่ให้ผลประโยชน์ตอบแทนซึ่งกันและกัน

ร.ต.อ.นนทกร นันทะน้อย (รอง สว.กก.5 บก.ป. )กล่าวว่า ก่อนวันแข่งขันประมาณสองสัปดาห์ นักกีฬาทีมชาติไทยได้รวมตัวฝึกซ้อมกันมาก่อนแล้ว สำหรับพฤติกรรมทุจริตในครั้งนี้ ในด้านพฤติกรรมผิดปกติของ น.ส.ณภัทร ที่มีการสลับหน้าจอระหว่างการซ้อม ภายหลังพบว่ามีการให้นายไชโยเข้าเล่นแทนผ่านโปรแกรม Discord แม้โค้ชจะเรียกสอบถาม แต่น.ส.ณภัทรปฏิเสธ โดยอ้างว่าเพียงให้ช่วยดูฟอร์มการเล่น

กระทั่งวันที่ 14 ธันวาคม ก่อนการแข่งขันจริง น.ส.ณภัทรได้ให้ยูสเซอร์เนมและรหัสผ่านแก่นายไชโยเพื่อทดสอบการเข้าสู่ระบบ และในวันที่ 15 ธันวาคม ซึ่งมี 4 ประเทศเข้าร่วม ได้แก่ เวียดนาม ลาว มาเลเซีย และไทย มีการวางแผนล่วงหน้าว่าแมตช์ใดจะเล่นเองหรือให้นายไชโยเล่นแทน
ระหว่างรอบแข่งขันกับทีมชาติเวียดนาม กรรมการตรวจพบความผิดปกติและสั่งระงับการใช้โปรแกรมดังกล่าว ก่อนมีคำสั่งตัดสิทธิ์และให้ผู้เล่นสำรองลงแข่งขันแทน

พ.ต.ท.คำนวณ จันทร์อนันต์ รอง ผกก.(สอบสวน) กก.5 บก.ป. ระบุว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนกติกาการแข่งขันข้อ 9.4.3 ห้ามเข้าถึงบัญชีที่ไม่ได้รับอนุญาต และห้ามใช้โปรแกรมช่วยเล่นหรือดัดแปลงใด ๆ เพื่อให้ได้เปรียบ อีกทั้งยังเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยพนักงานสอบสวนได้สรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการ และยื่นฟ้องต่อศาลแขวงปทุมวัน ซึ่งศาลนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 17 มีนาคม 2569

พร้อมกันนี้ สมาคมฯ มีมติลงโทษแบน น.ส.ณภัทร ตลอดชีพ ส่วนนายไชโย ซึ่งไม่ได้เป็นนักกีฬาสังกัดสมาคม จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมภารกิจของสมาคมตลอดชีพเช่นกัน

พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมในเชิงประชาสัมพันธ์และเตือนสติว่า กรณีนักกีฬาอีสปอร์ตลักลอบใช้อุปกรณ์โทรศัพท์มือถือหรือวิธีการอื่นใดเพื่อทุจริตในการแข่งขัน มิได้เป็นเพียงการกระทำผิดกติกาการแข่งขันเท่านั้น แต่ยังอาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายอาญา การกระทำดังกล่าวยังส่งผลกระทบต่อประวัติส่วนตัวของนักกีฬา ซึ่งอาจติดตัวไปตลอดชีวิต ทั้งที่การได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนทีมชาติถือเป็นเกียรติยศอันสูงสุด จึงขอฝากเตือนนักกีฬาทุกคนให้ตระหนักถึงเกียรติ ศักดิ์ศรี และความรับผิดชอบในฐานะตัวแทนประเทศชาติ ยึดมั่นในความซื่อสัตย์ในการแข่งขันทุกครั้ง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง