นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “ยอยศยิ่งฟ้า อยุธยามรดกโลก” ประจำปี พ.ศ. 2568 บริเวณเวทีกลาง (วัดพระราม) อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โอกาสนี้นายกรัฐมนตรีได้วางพวงมาลัยและผูกผ้าสีชมพูสักการะศาลหลักเมืองเพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนร่วมชมการแสดงพิธีเปิด“ยอยศยิ่งมหาสวรรค์ชั้นฟ้า งามเลอค่าอยุธยามรดกโลก”
จากนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดงานว่า นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เคยเป็นราชธานีที่ยิ่งใหญ่ของไทยยาวนานกว่า 417 ปี เป็นศูนย์กลางแห่งการปกครอง เศรษฐกิจการค้า และวัฒนธรรม มีการติดต่อสัมพันธ์กับนานาอารยประเทศ ก่อให้เกิดการผสมผสานทางวัฒนธรรมอย่างงดงาม และหล่อหลอมเป็นเอกลักษณ์ของสยามที่โดดเด่นไม่เหมือนชาติใด ร่องรอยแห่งความรุ่งเรืองยังคงปรากฏให้เห็นผ่านโบราณสถานโบราณวัตถุ ศิลปกรรม และผังเมืองโบราณ ซึ่งสะท้อนถึงภูมิปัญญาอันล้ำลึกของบรรพชน โดยเฉพาะการใช้แม่น้ำล้อมรอบเมือง เป็นทั้งเส้นทางคมนาคม แหล่งหล่อเลี้ยงชีวิต และยุทธศาสตร์ป้องกันเมือง แสดงถึงความชาญฉลาดและวิสัยทัศน์อันยิ่งใหญ่ของบรรพบุรุษไทย
ด้วยคุณค่าอันโดดเด่นเป็นสากล นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา จึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม จากองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization : UNESCO) นับเป็นเกียรติภูมิของประเทศ และเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งชาติ การจัดงานในครั้งนี้ จึงไม่เพียงเฉลิมฉลองเกียรติยศแห่งอดีตเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสอันสำคัญที่ทุกคนจะได้ร่วมกันตระหนักถึงคุณค่า และแสดงพลังความสามัคคี ในการร่วมกันบำรุง รักษา สืบสาน และอนุรักษ์มรดกอันล้ำค่าแห่งนี้ ไว้ให้เป็นสมบัติอยู่คู่แผ่นดินไทยสืบไป
ขออาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยเฉพาะพระบรมสารีริกธาตุ คู่บ้านคู่เมืองกรุงศรีอยุธยา ตลอดจนดวงพระวิญญาณของบูรพกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา ได้โปรดดลบันดาลให้การจัดงานในครั้งนี้ ประสบความสำเร็จบรรลุวัตถุประสงค์ทุกประการ และนำมาซึ่งความสุข ความเจริญรุ่งเรืองแก่ประชาชนตลอดไป
จากนั้น นายกรัฐมนตรีและคณะ ทำพิธีเปิดงาน “ยอยศยิ่งฟ้า อยุธยามรดกโลก” ประจำปี พ.ศ. 2568 อย่างเป็นทางการ โดยกดปุ่ม “ปลาตะเพียนสาน” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนความมั่นคง มั่งคั่ง ความสุข และความขยันหมั่นเพียร อันสะท้อนภูมิปัญญาโบราณของชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทั้งนี้ ภายหลังพิธีเปิดงานฯ นายกรัฐมนตรีได้เยี่ยมชมกิจกรรมร้านกาชาดของสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ชมการแสดงโดรนแปรอักษรและบรรยากาศบริเวณถนนกินเส้น จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้วางพวงมาลัยและจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย พร้อมสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) ก่อนเยี่ยมชมนิทรรศการจำหน่ายสินค้าเกษตรและตลาดย้อนยุค
นอกจากนี้ภายในงานยังมีการแสดงแสง สี เสียง ในชื่อเรื่อง “ยอยศยิ่งฟ้า อยุธยามหานครา เกริกเกรียงไกร” เป็นการ เล่าเรื่องวีรกษัตริย์ผ่านการแสดงสุดอลังการตระการตา ทั้งช้าง ม้า ปืนใหญ่ การฟันดาบ และเทคนิคพิเศษด้านการแสดงโดยใช้นักแสดงกว่า 300 ชีวิตรวมทั้งการแสดงจากวังช้างอยุธยาแลเพนียด และม้าโยชิ อยุธยา กิจกรรมของเหล่ากาชาดจังหวัด ลานวัฒนธรรม การแสดงศิลปวัฒนธรรม กิจกรรมย้อนยุค ร้านอาหารและร้านค้า อาทิ ถนนกินเส้น สวนดอกไม้ การจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าเกษตรวิถีไทย สินค้า OTOP ถนนคนเดิน และนิทรรศการนวัตกรรมจากหน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ส่วนสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และสถานบริการทุกแห่งสังกัดสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ร่วมกันจัดบูธนิทรรศการ Ayutthaya Medical & Wellness Hub ยกระดับความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง (High-Tech Medicine) ผสานภูมิปัญญาไทยสู่สากล ครอบคลุมการรักษา ส่งเสริมสุขภาพและสร้างสมดุลชีวิตอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสบรรยากาศย้อนยุค แต่งชุดไทยเดินเที่ยวงานยอยศยิ่งฟ้า อยุธยามรดกโลก ประจำปี 2568 ณ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ซึ่งจะจัดไปจนถึงวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569








