นายกฯ เปิดงาน แผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ครั้งที่ 38 ชวน “นุ่งโจง ห่มสไบ แต่งไทยทั้งเมือง” ถึง 22 ก.พ. 69

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงาน “แผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช” ครั้งที่ 38 ประจำปี 2569 ที่พระนารายณ์ราชนิเวศน์ ตำบลท่าหิน อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี โดยมี นางสาวธนนนท์ นิรามิษ คู่สมรสในฐานะประธานกรรมการคู่สมรสคณะรัฐมนตรีและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมแม่บ้านมหาดไทย นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ตุลาการ ทหาร ตำรวจ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคีเครือข่ายทั้งภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และประชาชน ร่วมในงานเป็นจำนวนมาก

โดยนายกรัฐมนตรี แต่งกายสวมชุดผ้าไทยย้อนยุค เสื้อผ้าไหมมัดหมี่ลายประตูวังพระนารายณ์ โจงกระเบนไหมมัดหมี่สีพื้น และคู่สมรสสวมโจงกระเบนไหมมัดหมี่ลายประตูวังพระนารายณ์ ร่วมชมขบวนแห่ประวัติศาสตร์สุดยิ่งใหญ่อลังการบริเวณพระปรางค์สามยอด แล้วเข้าสักการะเจ้าพ่อพระกาฬ ที่ศาลพระกาฬ ก่อนจะเดินทางต่อไปยังพระนารายณ์ราชนิเวศน์ ซึ่งตลอดทั้งบริเวณงานผู้คนล้วนสวมใส่ชุดไทยย้อนยุค อันเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ “สวมชุดผ้าไทยและชุดไทยย้อนยุคทั้งเมืองของจังหวัดลพบุรี” ที่ได้สืบทอดมาอย่างยาวนาน โดยในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคมของทุกปี ข้าราชการตลอดจนนักเรียน นักศึกษา และประชาชน จะพร้อมใจกันสวมชุดผ้าไทยและชุดไทยย้อนยุคปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน เป็นการร่วมรำลึก “ละโว้ธานี” ราชธานีอันรุ่งเรืองและเกรียงไกรในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทั้งยังเป็นการเสริมสร้างอัตลักษณ์ความเป็นไทยให้คงอยู่อย่างยั่งยืนตามแนวพระราชดำริสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า งาน “แผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช” ถือเป็นงานประจำปีสำคัญที่สะท้อนถึงความรุ่งเรืองทางประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และอัตลักษณ์อันทรงคุณค่าของจังหวัดลพบุรี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เป็นโอกาสให้เราได้รำลึกถึงบุญคุณแห่งบูรพกษัตริย์ ความรักชาติ รักแผ่นดิน ที่ทำให้เรารักษาดินแดนมาได้จนถึงทุกวันนี้ ซึ่งตนเองให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง กับคำว่า “บ้านเกิดเมืองนอน” เพราะมีความเชื่อว่า ถ้าเรามีความภูมิใจในอัตลักษณ์ของบ้านเกิด เราก็จะทำทุกอย่างเพื่อรักษาความภาคภูมิใจนั้นไว้ ไม่ว่าจะเป็นการต้อนรับแขกที่มาเยือน การช่วยกันพัฒนา สร้างความเจริญในทุกมิติ รวมถึงการรักษามรดกทางวัฒนธรรมไว้ให้ลูกหลาน

“ลพบุรี” เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะในรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชซึ่งนับเป็นยุคทองแห่งการพัฒนา ทำให้ลพบุรีเป็นศูนย์กลางแห่งความเจริญรุ่งเรืองและเป็นที่รู้จักในหมู่นานาอารยประเทศ ดังนั้น การจัดงานครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการรำลึกถึง พระมหากรุณาธิคุณแห่งสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแล้ว ยังเป็นการน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแห่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงส่งเสริมงานศิลปหัตถกรรมไทย พร้อมทั้งทรงพัฒนาให้เป็นอาชีพที่มั่นคงแก่ประชาชน โดยเฉพาะการส่งเสริมการผลิตผ้ามัดหมี่ และงานศิลปาชีพแขนงต่างๆ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจชุมชนจังหวัดลพบุรี

การจัดงานครั้งนี้ชาวลพบุรี ได้พร้อมใจกันแต่งกายด้วยชุดผ้าไทยอันเป็นภาพที่งดงาม และน่าประทับใจ สะท้อนถึงความรัก ความสามัคคี และความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งต้องขอบคุณทุกภาคส่วนในจังหวัดลพบุรี ที่ได้ร่วมกันจัดงานได้อย่างยิ่งใหญ่ สมพระเกียรติ และเป็นที่ภาคภูมิใจของชาวลพบุรี ทั้งจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้จังหวัดลพบุรี เป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับจังหวัดอื่นๆ ในการสร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อการท่องเที่ยวต่อไป

ด้านนายวีรพงศ์ กล่าวว่า จังหวัดลพบุรีสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทรงมีต่อแผ่นดินไทยและเมืองลพบุรี และตระหนักถึงความสำคัญของมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่า จึงได้ริเริ่มจัดงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราชครั้งแรกเมื่อปีพุทธศักราช 2522 เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ผู้ทรงโปรดให้สร้างเมืองลพบุรีเป็นราชธานีแห่งที่ 2 ทำให้เมืองลพบุรีกลายเป็นศูนย์กลางการพัฒนาบ้านเมืองเจริญรุ่งเรือง ประชาชนมีความสุข เป็นยุคทองภายใต้พระบารมี และเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงมีพระอัจฉริยภาพด้านศิลปวัฒนธรรมไทย ทรงอนุรักษ์ ฟื้นฟู และสืบสานศิลปวัฒนธรรมให้คงอยู่และต่อยอดสร้างมูลค่าและรายได้ให้แก่ประชาชนชาวไทย

การจัดงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดลพบุรี โดยจำลองบรรยากาศย้อนกลับไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช มีการประดับตกแต่งโบราณสถานสำคัญในจังหวัดลพบุรี ทั้งในพระนารายณ์ราชนิเวศน์ และภายในบริเวณเมืองเก่า จะมีการรำบวงสรวงถวายสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และกิจกรรมสำคัญที่สร้างชื่อเสียงให้แก่จังหวัดลพบุรีและสร้างความประทับใจให้ผู้มาเที่ยวชมงาน คือ การที่ชาวลพบุรีพร้อมใจกัน “แต่งไทยทั้งเมือง” อันเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นและสร้างชื่อเสียงให้แก่จังหวัดลพบุรี

สำหรับบรรยากาศ เมื่อนายกรัฐมนตรีและคณะ เดินทางถึงบริเวณศาลพระกาฬ อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี ได้ร่วมรับชมขบวนแห่ประวัติศาสตร์งานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช แล้วขึ้นรถรางเยี่ยมชมการประดับตกแต่งสวนดอกไม้สวยงาม บริเวณสวนราชานุสรณ์ จากนั้นเดินเท้าต่อไปยังพระนารายณ์ราชนิเวศน์ นำผู้ร่วมงานถวายความเคารพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล  อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมชมนิทรรศการเทิดพระเกียรติ “พระมหากษัตริย์ผู้ทรงสร้างเมือง และพระบรมราชชนนีผู้ทรงรักษาศิลป์” บริเวณด้านข้างตึกเขียว พระนารายณ์ราชนิเวศน์ แล้วร่วมรับฟังการบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ “ชะตาชีวิต”โดยนักเรียนโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย และเดินเข้าสู่พระที่นั่งดุสิตสวรรค์ธัญญมหาปราสาท  เพื่อสักการะองค์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช และสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฎวิทยมหาราช ณ หมู่พระที่นั่งพิมานมงกุฎ

ก่อนการเปิดงาน นายกรัฐมนตรีและคณะ เดินเข้าสู่บริเวณเวทีกลาง ร่วมยืนสงบนิ่งถวายความอาลัย และรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมชมการแสดงชุด “น้อมอาลัยพระพันปี เทิดบารมีองค์นารายณ์ ราษฎร์รวมใจ รักชาติรักแผ่นดิน” โดยนักศึกษาวิทยาลัยนาฏศิลปลพบุรี สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม สำหรับลูกเล่นของการทำพิธีเปิด นายกรัฐมนตรีพร้อมด้วยคู่สมรส ทำการแตะประตูเพื่อเปิดประตูสู่แผ่นดินทอง โดยภายหลังพิธีเปิด ได้เยี่ยมชมบริเวณงานและบริเวณเทวสถานปรางค์แขกอีกด้วย

ทั้งนี้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลพบุรี เชิญชวนร่วมแต่งกายชุดไทย “นุ่งโจง ห่มสไบ แต่งไทยทั้งเมือง” ในงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ครั้งที่ 38 ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 13 – 22 กุมภาพันธ์ 2569

ขณะที่ภาพรวมการท่องเที่ยว นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 12 กุมภาพันธ์ 2569 ประเทศไทยต้อนรับนักท่องเที่ยวสะสมแล้วกว่า 4,650,827 คน สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวรวมกว่า 230,742 ล้านบาท ตอกย้ำกลยุทธ์ใหม่ เสริมบทบาทของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ด้วยคุณภาพและประสบการณ์ที่ไม่รู้ลืม  ซึ่งหากมาตรการต่างๆ ยังคงดำเนินไปได้ตามแผน คาดว่าปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวและรายได้ไม่ต่ำกว่าปี 2562 ก่อนการแพร่ระบาดของโควิด 19

ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า แม้สถานการณ์การท่องเที่ยวโลกจะมีความท้าทายหลายด้าน แต่ประเทศไทยยังคงได้รับความเชื่อมั่นจากนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก โดยเฉพาะตลาดสำคัญ เช่น จีน มาเลเซีย รัสเซีย อินเดีย และเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวหลักที่เดินทางเข้ามามากที่สุด  โดยตัวเลขนักท่องเที่ยวที่ดีอย่างต่อเนื่องนี้ เป็นผลจากความพร้อมของประเทศไทยและการปรับกระบวนยุทธ์ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในทุกมิติ มีการปรับตัวรับกระแสการเดินทางรูปแบบใหม่ๆ  โดยเฉพาะการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และใช้อัตลักษณ์พื้นที่เป็นจุดขาย ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจและรายได้ของชุมชนอย่างทั่วถึง นอกจากนี้ยังมีปัจจัยจากความหลากหลายของแหล่งท่องเที่ยว มาตรฐานการบริการ และที่สำคัญ การเสริมสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัย รวมไปถึงการขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ และยั่งยืนของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะเดินหน้ารักษาแรงกระตุ้นการท่องเที่ยวไทยอย่างเต็มที่ โดยให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงประเมินและบริหารความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ เพื่อป้องกันผลกระทบวงกว้าง รวมถึงด้านความปลอดภัย และผลกระทบจากปัจจัยภายนอก พร้อมเตรียมมาตรการรองรับอย่างรอบด้านเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง