สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ได้รวบรวมข้อมูล นก 10 ชนิดพันธุ์ ที่มีความเสี่ยงต่อการบินในประเทศไทย เพื่อใช้ประกอบการรายงานเหตุการณ์อากาศยานชนนก เพราะหากทราบชนิดพันธุ์ ก็จะรู้ว่ากินอะไร อยู่ที่ไหน มีพฤติกรรมอย่างไร โดยข้อมูลเหล่านี้ มีความสำคัญต่อการบริหารจัดการปัจจัยอันตรายจากสัตว์ สามารถนำไปใช้ในการวิเคราะห์ความเสี่ยงและกำหนดมาตรการป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ของแต่ละสนามบิน
จากข้อมูลสถิติการรายงานเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยของประเทศไทยในระหว่างปี 2020 – 2025 พบว่ามีรายงานเหตุการณ์อากาศยานชนนกจำนวน 6,118 ครั้ง โดยระหว่างปี 2024 – 2025 เหตุการณ์อากาศยานชนนกก่อให้เกิดความเสียหายเป็นมูลค่ารวมกว่า 530 ล้านบาท
นอกจากนี้ยังเกิดความเสียหายทางอ้อม เช่น ค่าเสียโอกาสในการใช้อากาศยานที่ไม่พร้อมใช้งาน ค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้โดยสารและชดเชยผู้โดยสาร ผลกระทบต่อผู้โดยสารจากเที่ยวที่ล่าช้าหรือยกเลิก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบเชิงความปลอดภัย และเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมการบินอย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม จากการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล การรายงานเหตุการณ์ดังกล่าว พบว่า กว่าร้อยละ 80 ของรายงานเหตุการณ์อากาศยานชนนกในประเทศไทยไม่สามารถระบุชนิดพันธุ์ของนกได้ ซึ่งเป็นข้อจำกัดสำคัญในการวิเคราะห์ความเสี่ยง การกำหนดมาตรการป้องกัน และการบริหารจัดการปัจจัยอันตรายจากสัตว์ ให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับสภาพพื้นที่ของแต่ละสนามบิน เพื่อสนับสนุนให้ผู้ดำเนินการสนามบิน ผู้ดำเนินการเดินอากาศ ผู้ให้บริการจราจรทางอากาศและผู้มีหน้าที่ รายงานเหตุการณ์อากาศยานชนสัตว์สามารถระบุชนิดพันธุ์ของนกที่มีความเสี่ยงต่อการปฏิบัติการบินของประเทศไทยได้อย่างถูกต้อง
คณะทำงานจัดการความเสี่ยง หัวข้อ การบริหารจัดการปัจจัยอันตรายที่เกิดจากสัตว์ (Wildlife Hazard Management – Task Force) จึงได้จัดทำจดหมายข่าวด้านความปลอดภัยขึ้น โดยคัดเลือกนกจำนวน 10 ชนิดพันธุ์ที่พบว่ามีความเสี่ยงต่อการปฏิบัติการบินของประเทศไทย เพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงร่วมกันในการรายงานเหตุการณ์ วิเคราะห์ความเสี่ยง และกำหนดมาตรการจัดการอย่างเป็นระบบ
สำหรับนก 10 ชนิดพันธุ์ ที่มีความเสี่ยงต่อการบินในประเทศไทย ประกอบด้วย นกยางโทนใหญ่ นกพิราบป่า เหยี่ยวแดง นกกระแตแต้แว้ด นกแอ่นทุ่งใหญ่ นกเขาไฟ นกแอ่นบ้าน นกกระสานวล นกปากห่าง เป็ดแดง
สำหรับคำแนะนำด้านความปลอดภัย ให้ผู้ดำเนินการสนามบินใช้ข้อมูลเกี่ยวกับนกที่มีความเสี่ยงต่อการปฏิบัติการบินของประเทศไทย ประกอบการจัดทำข้อมูลเกี่ยวกับนกที่มีความเสี่ยงในพื้นที่สนามบินของตน และนำข้อมูลดังกล่าวไปสื่อสาร ผ่านคณะกรรมการ หรือคณะทำงานด้านความปลอดภัยของสนามบินที่เกี่ยวข้อง ให้ผู้ดำเนินการสนามบินใช้เป็นข้อมูลประกอบการสำรวจประชากร และการจัดการแหล่งอาหารของนก 3. ให้ผู้ดำเนินการสนามบิน ผู้ดำเนินการเดินอากาศ และผู้ให้บริการจราจรทางอากาศ ใช้ข้อมูลประกอบการรายงานเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยในการบินพลเรือน








