ที่ห้องพิพิธภัณฑ์อัยการไทย ชั้น 11 สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษกกรุงเทพมหานคร สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือสำนักงาน ปปง. นายกมลสิษฐ์ วงศ์บุตรน้อย รองเลขาธิการ ปปง. พร้อมด้วยนายวิทยา นีติธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการ ปปง. และโฆษกสำนักงาน ปปง. นางเยาวลักษณ์ นนทแก้ว อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ และนายเสวต อภัยรัตน์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคณะกรรมการอัยการ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ดำเนินการส่งมอบสำนวนคดีสำคัญ 4 รายคดี ซึ่งรวมกันทั้งหมดรวมมูลค่าประมาณ 13,074 ล้านบาท ให้กับพนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน
สำหรับทั้ง 4 รายคดีที่ สำนักงาน ปปง. นำโดยคณะกรรมการธุรกรรม ได้มีมติเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาได้ให้ส่งเรื่องต่อพนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินที่ดำเนินการยึดและอายัดตกเป็นของแผ่นดินซึ่งประกอบไปด้วย
1. คดีนางสาวเแตงไทยฯ กรณีนายยิม เลียก นางวิรินยาฯ นายเบน สมิธ และนางสาวแคทรียาฯ กับพวก ได้ทำการหลอกลวงผู้เสียหาย ที่มีข้อมูลเชื่อมโยงนายยิม เลียก และพบข้อมูลในการทำธุรกรรม ที่เชื่อมโยงไปยังนายเบน สมิธ ซึ่งมีพฤติการณ์กระทำความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน โดยในคดีนี้ ได้ส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 68 รายการ เช่น ที่ดิน ห้องชุด รถยนต์ เรือยอชท์ และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร รวมมูลค่าประมาณ 12,123 ล้านบาท
2. คดีนายเฉิน จื้อ กับพวก สำนักงาน ปปง. ได้ทำการตรวจสอบพบข้อมูลเครือข่ายการฉ้อโกงออนไลน์ การค้ามนุษย์และการฟอกเงินผ่านสกุลเงินดิจิทัล ที่เชื่อมโยงกับนายเฉิน จื้อ ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งและประธานกลุ่มบริษัท Prince Group ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจข้ามชาติในประเทศกัมพูชา
โดยในคดีดังกล่าวได้ส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 96 รายการ เช่น ที่ดิน เงินสด สินค้าแบรนด์เนมและเครื่องประดับ รวมมูลค่าประมาณ 345 ล้านบาท
3. คดีนายก๊ก อาน กับพวก สืบเนื่องจากกรณีการจับกุมผู้กระทำความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติและฟอกเงิน โดยในคดีนี้ ส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 89 รายการ เช่น ที่ดิน และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร รวมมูลค่าประมาณ 560 ล้านบาท
4. คดี นายเอื้ออังกูรฯ กับพวก โดยกรณี กลุ่มมิจฉาชีพชักชวนให้ประชาชนลงทุนเทรดหุ้น ผ่านกลุ่มไลน์ โดยในคดีนี้ ได้ส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 31 รายการ เช่น เงินสด และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร รวมมูลค่าประมาณ 46 ล้านบาท
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ผู้มีส่วนได้เสียได้ ยื่นคำร้องขอเพิกถอนการยึดและอายัดทรัพย์สินชั่วคราว ซึ่งทางคณะกรรมการธุรกรรมพิจารณาแล้วว่า คำขอเพิกถอนไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังได้ว่าทรัพย์สินที่ถูกยึดและอายัดไว้ชั่วคราวนั้น มิใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด
อย่างไรก็ตาม หากมีผู้เสียหายในคดีมูลฐาน ทางสำนักงาน ปปง. ดำเนินการส่งเรื่องให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอให้ศาลนำเงินหรือทรัพย์สินในรายคดีของผู้เสียหายมาคืนหรือชดใช้ให้แก่ผู้เสียหายแทนการสั่งให้ตกเป็นของแผ่นดินต่อไป
=








