นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยระบุว่า ในช่วงสัปดาห์นี้ ระหว่างวันที่ 16-22 กุมภาพันธ์ อัตราการระบายอากาศยังอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่ค่อยดีนัก โดยเฉพาะในช่วงเช้าที่มีโอกาสเกิดการสะสมของฝุ่นได้สูง อย่างไรก็ตาม คาดการณ์ว่าการระบายอากาศจะเริ่มดีขึ้นตั้งแต่วันนี้ (18 ก.พ.)ถึงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ก่อนจะกลับมาอ่อนตัวลงอีกครั้งในช่วงวันที่ 22 และ 25 กุมภาพันธ์นี้
เพื่อรับมือกับปัญหาดังกล่าว กทม. ได้ยกระดับมาตรการจัดการมลพิษทางอากาศผ่าน 10 มาตรการหลัก ซึ่งครอบคลุมทั้งการจัดการที่ต้นตอและการดูแลสุขภาพประชาชน ประกอบด้วย 5 มาตรการจัดการที่ต้นตอ คือ ยกระดับการกำจัดควันดำด้วยการปรับเกณฑ์มาตรฐานควันดำให้เข้มงวดขึ้น จากเดิมร้อยละ 30 เป็นร้อยละ 15-20 , เข้มงวดโรงงานอุตสาหกรรม ให้ติดตั้งระบบตรวจสอบมลพิษต่อเนื่อง (CEMS) หรือตัวกรองที่ปล่องควัน , ขยายพื้นที่การประกาศเขตควบคุมมลพิษหากค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน , รณรงค์ให้รถยนต์ 4 ล้อ และ 6 ล้อขึ้นไป เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเพื่อลดมลพิษ และบูรณาการร่วมกับจังหวัดข้างเคียง เช่น นครนายก เพื่อจัดการปัญหาการเผาในที่โล่งและต้นตอฝุ่นข้ามเขต อย่างไรก็ตาม จากสถิติพบว่าภาพรวมค่าฝุ่นในปีนี้ดีกว่าปีที่ผ่านมา แต่ยังคงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการลดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดฝุ่นละอองต่อไป
สำหรับมาตรการป้องกันและดูแลประชาชน โฆษก กทม. เน้นย้ำให้ประชาชนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ภายใต้ 5 มาตรการสำคัญ เช่น มีการพยากรณ์ฝุ่นล่วงหน้า ผ่านแอปพลิเคชัน AirBKK ซึ่งมีการพัฒนาศักยภาพการแจ้งเตือนล่วงหน้าจากเดิม 3-4 วัน เป็น 7 วัน เพื่อให้ประชาชนเตรียมตัวได้ทัน ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแจ้งเหตุเบาะแสควันดำและการเผาไหม้ผ่าน Traffy Fondue , ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศในห้องเรียนสังกัด กทม. ครบทุกแห่ง , มาตรการ Work From Home ควบคู่การเพิ่มพื้นที่สีเขียวภายใต้ โครงการปลูกต้นไม้ล้านต้นและสร้างกำแพงฝุ่นในพื้นที่ฝั่งตะวันออก








