ทช. จับมือ สวทช. ลงนามความร่วมมือ 5 ปี วิจัยและพัฒนานวัตกรรมฟื้นฟูป่าชายเลน–ระบบนิเวศชายฝั่ง รับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้าน “การวิจัย พัฒนา และวิชาการ เกี่ยวกับป่าชายเลนและระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่งของประเทศไทย” โดยมีผู้บริหารทั้งสองหน่วยงานร่วมเป็นสักขีพยาน

ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ระบุว่า ความร่วมมือครั้งนี้มีระยะเวลา 5 ปี ระหว่างปี พ.ศ. 2569–2574 มีเป้าหมายในการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมสมัยใหม่ มาเสริมศักยภาพการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และบริหารจัดการทรัพยากรชายฝั่งอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับกรอบการดำเนินงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพของโลก (Kunming-Montreal Global Biodiversity Framework) และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเฉพาะ SDGs 13 ด้านการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ SDGs 14 ด้านการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน

ที่ผ่านมา ทั้งสองหน่วยงานได้ร่วมพัฒนาองค์ความรู้สำคัญ อาทิ การจัดทำฐานข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพระดับจีโนมและพันธุกรรมของป่าชายเลน การประเมินศักยภาพบลูคาร์บอนด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง การใช้ระบบดิจิทัลติดตามการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ชายฝั่ง และการพัฒนานวัตกรรมเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อรับมือการกัดเซาะชายฝั่ง ซึ่งล้วนเป็นการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์เชิงพื้นที่และเชิงนโยบายอย่างเป็นรูปธรรม

ด้านดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี กล่าวว่าป่าชายเลนและระบบนิเวศทางทะเลเป็นต้นทุนธรรมชาติสำคัญ ทั้งในฐานะแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ แนวป้องกันภัยธรรมชาติ และแหล่งกักเก็บคาร์บอน อย่างไรก็ตาม ภายใต้บริบทการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การอนุรักษ์รูปแบบเดิมอาจไม่เพียงพอ จำเป็นต้องประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นการยกระดับการทำงานระหว่างหน่วยงานด้านการบริหารจัดการพื้นที่ กับหน่วยงานวิจัยและเทคโนโลยีของประเทศ เพื่อขับเคลื่อนงานวิจัย สร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมที่สามารถแก้ไขปัญหาได้จริง สนับสนุนการฟื้นฟูระบบนิเวศ ป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง บริหารจัดการข้อมูล และส่งเสริมการแลกเปลี่ยนบุคลากร เพื่อให้การใช้ประโยชน์ทรัพยากรชายฝั่งของประเทศเป็นไปอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง