สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในจังหวัดเชียงใหม่เข้าสู่ภาวะ “วิกฤต” ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน จากการสะสมของกลุ่มควันและไฟป่าในพื้นที่ รวมถึงปัญหามลพิษข้ามพรมแดน
ข้อมูลดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) ช่วงเช้าในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ วัดค่าได้ 128 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อยู่ในระดับสีส้ม มีผลกระทบต่อผู้ป่วยและกลุ่มเปราะบาง ขณะที่สูงสุดอยู่ที่อำเภอดอยเต่า 155 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อยู่ในระดับสีแดง ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนโดยรวม
นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า จังหวัดได้ยกระดับการจัดการปัญหาไฟป่าและฝุ่นควัน ทั้งจากไฟป่าในพื้นที่สูงชัน การเผาเศษวัสดุทางการเกษตร และมลพิษข้ามพรมแดนที่พัดพาเข้ามาสะสมในลักษณะภูมิประเทศแบบแอ่งกระทะ
ทั้งนี้ จังหวัดได้ประกาศ “ห้ามเผาเด็ดขาด 5 เดือน” ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงพฤษภาคม 2569 หากพบผู้ฝ่าฝืนจะดำเนินคดีตามกฎหมายขั้นสูงสุด พร้อมกำหนดพื้นที่ภาคเหนือเป็นเขตควบคุมมลพิษ เพื่อบูรณาการงบประมาณและกำลังพลเข้าดับไฟป่าในจุดเสี่ยง โดยเฉพาะ 8 อำเภอโซนใต้ของจังหวัดเชียงใหม่
สำหรับข้อแนะนำประชาชน ควรสวมหน้ากาก N95 งดกิจกรรมกลางแจ้งเมื่อค่าฝุ่นอยู่ในระดับสีส้มหรือสีแดง จัดทำพื้นที่ปลอดภัยภายในอาคาร และติดตามสถานการณ์ค่าฝุ่นแบบเรียลไทม์ผ่านแอปพลิเคชัน Air4Thai หรือแอปพลิเคชันตรวจสอบคุณภาพอากาศอื่นอย่างสม่ำเสมอ








