สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เตรียมนำนวัตกรรม “E-nose” หรือจมูกอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ มาใช้ตรวจสอบแหล่งกำเนิดฝุ่นละออง PM2.5 โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณกว่า 80 ล้านบาท เพื่อยกระดับการแก้ไขปัญหาฝุ่นในประเทศอย่างเป็นระบบ
ดร.ภญ.อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สวทช. เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวจะจัดทำ E-nose จำนวน 100 เครื่อง และติดตั้งในพื้นที่ที่มีความหลากหลายของแหล่งกำเนิดฝุ่น เช่น พื้นที่ป่าไม้ สวนผลไม้ และแปลงเกษตร เพื่อเปรียบเทียบองค์ประกอบของฝุ่น โดยคาดว่าจะติดตั้งครบภายในปี 2569 และวิเคราะห์ข้อมูลแล้วเสร็จในปี 2570 พร้อมทำงานร่วมกับกรมควบคุมมลพิษในการคัดเลือกพื้นที่ติดตั้ง
ดร.ศักดา ตรีเดช ผู้อำนวยการส่วนนวัตกรรมคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ ระบุว่า เบื้องต้นได้คัดเลือกพื้นที่ 11 จังหวัด ครอบคลุมภาคเหนือ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นพื้นที่ได้รับผลกระทบจากฝุ่น PM2.5
ขณะที่ ดร.รุ่งโรจน์ เมาลานนท์ ทีมวิจัยวิศวกรรมกระบวนการและระบบตรวจติดตาม นาโนเทค สวทช. อธิบายว่า E-nose เป็นชุดเซ็นเซอร์อัจฉริยะที่เลียนแบบการดมกลิ่นของมนุษย์ สามารถตรวจจับสารประกอบเคมีและก๊าซที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า และแยกแยะองค์ประกอบทางเคมีของฝุ่นจากแหล่งกำเนิดที่แตกต่างกัน เช่น ฝุ่นจากการเผาชีวมวล ฝุ่นจากการจราจร ฝุ่นอุตสาหกรรม รวมถึงฝุ่นที่เกิดจากปฏิกิริยาของก๊าซแอมโมเนียในบรรยากาศจนกลายเป็นแอมโมเนียมไนเตรต
ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเชื่อว่า การมีข้อมูลที่แม่นยำจะเป็นหัวใจสำคัญของการควบคุมมลพิษ โดย E-nose จะช่วยสร้างฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เพื่อสนับสนุนการกำหนดมาตรการ บังคับใช้กฎหมาย และวางกรอบนโยบายควบคุมคุณภาพอากาศของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ








