สธ.-ราชทัณฑ์ สอบสวนโรคฝีดาษวานรป้องกันแพร่ระบาดวงกว้างในเรือนจำ

นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า จากการร่วมมือกับกรมราชทัณฑ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการลงพื้นที่สอบสวนโรคฝีดาษวานรในเรือนจำอย่างใกล้ชิด จากการสอบสวนโรคพบผู้สัมผัสเสี่ยงสูงทั้งหมด 49 ราย ซึ่งเป็นผู้ต้องขังและอาสาสมัครสาธารณสุขเรือนจำที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้ป่วยที่เสียชีวิตในช่วงแยกกักรับตัวเข้าใหม่

จากการเฝ้าระวังฯ ตรวจพบเชื้อในผู้สัมผัสใกล้ชิด 2 ราย เป็นอาสาสมัครสาธารณสุขเรือนจำ ทั้งสองรายมีอาการไม่รุนแรง สุขภาพแข็งแรงดี มีผื่นหนองขึ้นเล็กน้อย ผลตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการ พบเชื้อ Mpox และได้เข้ารับการรักษาที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์แล้ว ส่วนผู้สัมผัสรายอื่นได้รับการตรวจร่างกายครบถ้วน และอยู่ระหว่างแยกสังเกตอาการ 21 วัน ตามแนวทางมาตรการการควบคุมโรค

ด้าน พันตำรวจโท ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า กรมราชทัณฑ์ได้บูรณาการความร่วมมือกับกรมควบคุมโรคและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมดำเนินมาตรการควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด โดยแยกผู้ต้องขังที่มีอาการเข้าข่ายเข้ารับการรักษา กำหนดมาตรการเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยง 21 วัน ตรวจสุขภาพกลุ่มเสี่ยงวันละ 2 ครั้ง และปรับรูปแบบการเยี่ยมญาติเป็นระบบสื่อสารทางไกล เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่เชื้อ ซึ่งขณะนี้ผู้ป่วยยังจำกัดอยู่ภายในพื้นที่แดน 6 และยังไม่พบการแพร่กระจายไปยังแดนอื่นของเรือนจำ โดยมีการเฝ้าระวังผู้ต้องขังทุกแดนอย่างใกล้ชิด

นายแพทย์นิติ เหตานุรักษ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมควบคุมโรคได้สนับสนุนวัคซีนป้องกันโรคฝีดาษวานรสำหรับผู้มีความเสี่ยงสูง หลังสัมผัสโรคในเรือนจำพิเศษที่พบผู้เสียชีวิต จำนวน 25 ราย แบ่งเป็นผู้ต้องขัง 21 ราย และบุคลากรทางการแพทย์ 4 ราย รวมทั้งสนับสนุนวัคซีนแก่บุคลากรทางการแพทย์ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์อีก 20 ราย เบื้องต้น ยังไม่พบผู้ที่มีอาการไม่พึงประสงค์จากการได้รับวัคซีน

นอกจากนี้ กรมควบคุมโรคได้เตรียมสนับสนุนยา Tecovirimat (TPOXX) สำหรับใช้รักษาผู้ป่วยยืนยันที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องและมีอาการรุนแรง รวมทั้งสนับสนุนสื่อความรู้เกี่ยวกับโรคฝีดาษวานร เพื่อสร้างความเข้าใจและลดความตื่นตระหนก จำนวนทั้งสิ้น 100 ชุด

ในด้านการควบคุมสิ่งแวดล้อม ทีมสาธารณสุขได้เก็บตัวอย่างจากจุดสัมผัส 10 จุด ภายในพื้นที่เรือนจำ ไม่พบสารพันธุกรรมของเชื้อ อย่างไรก็ตาม เรือนจำยังคงดำเนินการทำความสะอาดพื้นที่พักอาศัย ห้องแยกกัก และจุดสัมผัสต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ภายใต้คำแนะนำของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอย่างเคร่งครัด สำหรับผู้ต้องขังกลุ่มเสี่ยงที่ได้รับการปล่อยตัว ได้มีการแนะนำให้เฝ้าสังเกตอาการตนเอง และประสานสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในพื้นที่ปลายทาง เพื่อติดตามเฝ้าระวังต่อเนื่อง

กรมควบคุมโรค ขอยืนยันว่า ขณะนี้สถานการณ์ยังอยู่ในวงจำกัด สามารถติดตามสอบสวนโรคได้ครบถ้วน และควบคุมได้อย่างเป็นระบบ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการแพร่กระจายสู่ภายนอกเรือนจำ หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

ข่าวที่เกี่ยวข้อง