กรมสุขภาพจิตยกระดับ SMI-V Scan คัดกรองเชิงรุก สังเกต 5 สัญญาณเตือน ลดความเสี่ยงเหตุรุนแรงในชุมชน

กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข เดินหน้ายกระดับมาตรการคัดกรองเชิงรุกผ่านแนวทาง SMI-V Scan เพื่อประเมินความเสี่ยงต่อพฤติกรรมรุนแรงในชุมชน ภายหลังปรากฏกรณีข่าวบุคคลสงสัยมีอาการทางจิตเวชร่วมกับการใช้สารเสพติด ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยของประชาชน

นายแพทย์กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า SMI-V Scan เป็นเครื่องมือสำคัญในการประเมินความเสี่ยง โดยเฉพาะกรณีผู้ป่วยขาดการรักษาต่อเนื่องหรือมีการใช้สารเสพติดร่วมด้วย พร้อมแนะประชาชนสังเกต 5 สัญญาณเตือนสำคัญ ได้แก่ 1) ไม่หลับไม่นอน 2) เดินไปเดินมาผิดปกติ 3) พูดจาคนเดียว 4) หงุดหงิดฉุนเฉียว และ 5) มีอาการหวาดระแวง หากพบอาการข้อใดข้อหนึ่ง ควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ เพื่อนำตัวส่งสถานพยาบาลของรัฐใกล้บ้านเข้ารับการประเมินเบื้องต้น

ทั้งนี้ หากเข้าข่าย “ภาวะอันตราย” หรือ “มีความจำเป็นต้องได้รับการบำบัดรักษา” ตามมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาอย่างรวดเร็ว ลดความเสี่ยงการเกิดความสูญเสีย โดยเน้นบทบาทครอบครัวและชุมชนในการติดตามการรับประทานยา การพบแพทย์ตามนัด และหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น เช่น การใช้สารเสพติดหรือการอดนอนสะสม พร้อมขอความร่วมมือสังคมไม่นำเสนอข้อมูลในลักษณะตีตราผู้ป่วย

ด้านนายแพทย์จุมภฏ พรมสีดา รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต ระบุว่า มาตรการป้องกันการก่อความรุนแรงในผู้ป่วยจิตเวชที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ประกอบด้วย 3 ด้านหลัก ได้แก่ มาตรการทางกฎหมาย มาตรการด้านการบำบัดรักษา และมาตรการทางสังคม โดย พ.ร.บ. สุขภาพจิต พ.ศ. 2551 มีเจตนารมณ์คุ้มครองทั้งผู้ป่วย บุคคลรอบข้าง และสังคม พร้อมให้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ป่วยเข้าสู่กระบวนการรักษาได้ แม้ผู้ป่วยจะขัดขืนหรือไม่ยินยอม

ตัวอย่างเช่น มาตรา 24 กำหนดให้พนักงานเจ้าหน้าที่ เช่น ตำรวจหรือฝ่ายปกครอง เมื่อได้รับแจ้งเหตุหรือพบผู้มีพฤติกรรมเสี่ยงตามมาตรา 22 ต้องนำตัวส่งสถานพยาบาลโดยไม่ชักช้า เพื่อวินิจฉัยและประเมินอาการเบื้องต้น ทั้งนี้ หลังผู้ป่วยอาการดีขึ้นและกลับสู่ครอบครัว จำเป็นต้องได้รับการกำกับดูแลอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการกลับไปใช้สารเสพติดซ้ำ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้อาการกำเริบ

อย่างไรก็ตาม หากพบเหตุฉุกเฉินที่เป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน สามารถแจ้งสายด่วน 191 หรือ 1669 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 เพื่อรับคำแนะนำและประสานความช่วยเหลือเบื้องต้น เพื่อร่วมกันสร้างชุมชนปลอดภัยอย่างยั่งยืน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง