ผู้แทนมหาดไทย ร่วมงานเลี้ยงละศีลอด รอมฎอน ฮ.ศ. 1447 ส่งเสริมการสร้างสายสัมพันธ์มุสลิมไทย-คณะทูต สานพลังสร้างสันติสุข
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานงานเลี้ยงละศีลอด เดือนรอมฎอน ประจำปี พ.ศ. 2569 (ฮ.ศ. 1447) และมอบหมายให้ นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วม โดยมี นายอรุณ บุญชม จุฬาราชมนตรี นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานรัฐสภา นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รวมถึงคณะทูตานุทูตจากประเทศมุสลิมและผู้แทนพี่น้องชาวไทยมุสลิมเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง เมื่อวันที่ 20 ก.พ. 2569 ณ โรงแรม Al Meroz กรุงเทพฯ
โดยในเวลา 18.40 น. ซึ่งเข้าสู่ช่วงเวลาละศีลอด (อิฟตาร์) ผู้เข้าร่วมงานได้ร่วมกันรับประทานอินทผลัมและน้ำสะอาดบริเวณหน้าห้องแกรนด์มีรอซ ก่อนไปประกอบพิธีละหมาดมักริบ เพื่อความเป็นสิริมงคลตามบทบัญญัติแห่งศาสนาอิสลาม จากนั้นประธานในพิธีได้นำคณะผู้บริหารและจุฬาราชมนตรีเข้าสู่ห้องจัดเลี้ยงอย่างเป็นทางการ โดยมีนักกอรีอัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานด้วยท่วงทำนองที่ไพเราะและเปี่ยมด้วยความขลัง เป็นการเปิดศักราชแห่งเดือนรอมฎอนด้วยความศรัทธา
ในโอกาสอันเป็นมงคล นายพิพัฒน์ ได้กล่าวอวยพรแก่พี่น้องมุสลิมความว่า “ขอพรอันประเสริฐแห่งองค์พระผู้อภิบาล โปรดประทานความเมตตา ความอิ่มเอมใจ และพลานามัยที่แข็งแรงสมบูรณ์ แก่พี่น้องมุสลิมชาวไทย พร้อมทั้งขอให้ดุอาอ์ของทุกท่านสำเร็จดังที่ปรารถนาไว้ทุกประการ ขอความสันติสุข ความสวัสดี ความเจริญ จงประสบแก่ทุกท่าน” ซึ่งสร้างความประทับใจและแสดงถึงความเคารพในความหลากหลายทางศาสนาที่อยู่ร่วมกันอย่างสันติในสังคมไทย
พิธีละศีลอด หรือ “อิฟตาร์” (Iftar) เป็นช่วงเวลาแห่งความเป็นสิริมงคลและการรวมตัวกันของครอบครัวและชุมชนเมื่อสิ้นสุดภารกิจการถือศีลอดในแต่ละวัน โดยยึดถือแนวทางปฏิบัติที่เริ่มจากการรับประทานอินทผลัมและน้ำสะอาดเพื่อปรับสภาพร่างกายตามแบบอย่างจริยวัตรของศาสดา ก่อนจะตามด้วยมื้ออาหารที่เปี่ยมไปด้วยบรรยากาศแห่งความกตัญญูและการแบ่งปัน โดยมีความเชื่อว่าช่วงเวลาก่อนละศีลอดเป็นเวลาที่การขอพร (ดุอาอ์) จะได้รับการตอบรับมากที่สุด พิธีนี้จึงเป็นวาระสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์และทำทานแก่ผู้ด้อยโอกาส ซึ่งจะดำเนินต่อเนื่องไปตลอดทั้งเดือนก่อนจะเข้าสู่การเฉลิมฉลองใหญ่ในวันอีฎิ้ลฟิตริ สะท้อนถึงพลังแห่งความศรัทธาและเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่หลอมรวมศาสนิกชนให้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 162/2569
วันที่ 21 ก.พ. 2569








