นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวชื่นชมความสำเร็จของ องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่สามารถเพาะขยายพันธุ์ “พญาแร้ง” ได้สำเร็จอีกครั้ง นับเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญของงานอนุรักษ์สัตว์ป่าหายากของประเทศ และสะท้อนศักยภาพบุคลากรไทยด้านการวิจัยและฟื้นฟูประชากรสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์
ด้านนางจงกลนี แก้วสด รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย เปิดเผยความคืบหน้าโครงการเพาะขยายพันธุ์พญาแร้งว่า ปีนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือด้านการอนุรักษ์ เมื่อคู่พญาแร้ง “ป๊อก” และ “มิ่ง” จาก เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง สามารถวางไข่ได้ถึง 2 ครั้ง สะท้อนความสำเร็จตามแผนปฏิบัติการที่วางไว้
ไข่ใบแรกถูกนำมาดูแลอย่างใกล้ชิด ณ สวนสัตว์นครราชสีมา โดยทีมสัตวแพทย์และผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งมีประสบการณ์จากความสำเร็จในการฟักไข่พญาแร้งตัวแรกของประเทศไทย การติดตามพัฒนาการเป็นไปอย่างพิถีพิถัน ทั้งการควบคุมน้ำหนัก อุณหภูมิ และการประเมินข้อมูลทางวิชาการ ซึ่งล้วนแสดงให้เห็นถึงสัญญาณการเจริญเติบโตที่สมบูรณ์
กระทั่งวันที่ 18 กุมภาพันธ์ เมื่อไข่มีอายุครบ 55 วัน ได้ปรากฏสัญญาณแห่งชีวิตจากการเคลื่อนไหวและรอยกระเทาะบนเปลือกไข่ ทีมงานจึงเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด โดยปล่อยให้ลูกพญาแร้งใช้สัญชาตญาณตามธรรมชาติ และให้ความช่วยเหลือเท่าที่จำเป็นตามหลักวิชาการ
ในช่วงเย็นวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ลูกพญาแร้งได้ฟักออกจากไข่อย่างสมบูรณ์ มีสัญญาณชีพแข็งแรง นับเป็นสมาชิกใหม่ตัวแรกของฤดูกาลนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่สะท้อนถึงประสิทธิภาพการบริหารจัดการและองค์ความรู้ด้านการอนุรักษ์ขององค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยฯ
รองนายกฯ สุชาติ ระบุว่า ความสำเร็จครั้งนี้ไม่เพียงเป็นความภาคภูมิใจของหน่วยงาน แต่ยังเป็นหมุดหมายสำคัญของการฟื้นฟูประชากรพญาแร้งในประเทศไทย ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อระบบนิเวศ พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลจะสนับสนุนการดำเนินงานด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่าอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นคงทางทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยฯ จะเดินหน้าดูแลลูกพญาแร้งอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เติบโตแข็งแรง และในอนาคตจะเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงของประชากรพญาแร้ง และร่วมสืบสานสมดุลของระบบนิเวศไทยต่อไป








