นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีคำสั่งเร่งด่วนให้ตรวจสอบกรณีลักลอบเปิดแนวถนนและตัดไม้ในพื้นที่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นพื้นที่อนุรักษ์ที่มีความสำคัญต่อความหลากหลายทางชีวภาพและต้นน้ำลำธารของภาคเหนือ
รองนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ที่ปรึกษารัฐมนตรี เร่งรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานอย่างรอบด้าน ขณะที่ ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมายผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยกำชับให้ดำเนินการด้วยความโปร่งใส เป็นธรรมและยึดหลักวิชาการประกอบการพิจารณา
ก่อนการประชุมหารือ มีตัวแทนเครือข่ายกระเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม จังหวัดแม่ฮ่องสอน ยื่นหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการใช้ถนนที่อยู่ระหว่างข้อพิพาท เพื่อให้ภาครัฐรับทราบข้อมูลจากภาคประชาชนควบคู่กับการตรวจสอบของหน่วยงานรัฐ สะท้อนความพยายามสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมและลดความขัดแย้งในพื้นที่
จากนั้น ที่ปรึกษารัฐมนตรี ได้ประชุมร่วมกับสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 สาขาแม่สะเรียง กอ.รมน.จังหวัดแม่ฮ่องสอน ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ลาหลวง อำเภอแม่ลาน้อย เพื่อกำหนดกรอบการดำเนินงาน ตรวจสอบพยานหลักฐานและเร่งรัดการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด
ภายหลังการประชุม พล.ต.ต.นันทชาติ ลงพื้นที่เก็บข้อมูลเชิงประจักษ์ ตรวจสอบแนวเส้นทาง ลักษณะการปรับพื้นที่และประเมินผลกระทบต่อระบบนิเวศ พร้อมย้ำว่าการพิจารณาจะยึดข้อเท็จจริงและหลักวิชาการเป็นสำคัญ
ขณะเดียวกัน นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีคำสั่งปิดเส้นทางดังกล่าวเป็นการชั่วคราว ระหว่างการดำเนินคดีและตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อป้องกันการเข้าใช้พื้นที่เพิ่มเติมและลดความเสี่ยงต่อการกระทบทรัพยากรในเขตคุ้มครอง
พล.ต.ต.นันทชาติ กล่าวว่า จะเร่งรวบรวมพยานหลักฐานอย่างรอบด้าน โปร่งใสและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หากพบการกระทำผิดจะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด พร้อมพิจารณาแนวทางจัดระเบียบการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่พิพาทให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยไม่กระทบพื้นที่อนุรักษ์
ส่วนกรณีที่มีนายกองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งหนึ่ง โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ระบุว่า หากไม่เปิดใช้ถนนหรือกันแนวเขตออกจากป่า ชาวบ้านจะไม่ให้ความร่วมมือในการป้องกันไฟป่าและหมอกควันนั้น ที่ปรึกษารัฐมนตรีระบุว่า ข้อความดังกล่าวไม่เป็นความจริง โดยประชาชนในพื้นที่ ต.เสาหิน และ ต.แม่ลาหลวง ยังคงให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง
ด้านปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระบุว่า หากผลการตรวจสอบพบการลักลอบเปิดแนวถนนและตัดไม้ในพื้นที่คุ้มครอง อาจเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และจะดำเนินคดีตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัด








