แพทย์หญิงจุไร วงศ์สวัสดิ์ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ ในฐานะโฆษกกรมควบคุมโรค กล่าวในการแถลงข่าว “กุมภาพันธ์ รู้ทันความเสี่ยง เลี่ยงโรคและภัยสุขภาพ” ว่า จากข้อมูล ณ วันที่ 18 มกราคม – 16 กุมภาพันธ์ 2569 ช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา พบ 5 อันดับโรคที่พบผู้ป่วยมากที่สุด ได้แก่ โรคอุจจาระร่วง โรคไข้หวัดใหญ่ โรคปอดอักเสบ โรคอาหารเป็นพิษ และโรคสุกใส ส่วนโรคที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ โรคเมลิออยโดสิส โรคไข้หูดับ โรคเลปโตสไปโรสิส โรคปอดอักเสบ โรคติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวี
สำหรับสถานการณ์โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน ปี 2569 พบผู้ป่วยสะสมแล้ว 161,846 ราย เสียชีวิต 1 ราย ส่วนใหญ่เป็นเด็กอายุ 0–4 ปี แนวโน้มผู้ป่วยเพิ่มขึ้น จึงแนะประชาชนยึดหลัก “สุก ร้อน สะอาด” คือรับประทานอาหารปรุงสุกใหม่ ล้างมือสม่ำเสมอ และเลือกดื่มน้ำสะอาด ,โรคไข้หวัดใหญ่ พบผู้ป่วยสะสมแล้ว 99,865 ราย แม้แนวโน้มลดลงแต่ยังระบาดเป็นกลุ่มก้อน โดยเฉพาะในเรือนจำและสถานศึกษา แต่เสียชีวิต 7 ราย กลับเป็นผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวซึ่งทั้งหมดไม่มีประวัติรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ช่วงปีที่ผ่านมา จึงแนะนำ 7 กลุ่มเสี่ยง ทั้งเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ ผู้พิการทางสมอง ผู้มีโรคประจำตัว คนอ้วนเกิน 100 กิโลกรัม และบุคคลากรทางการแพทย์ ควรฉีดวัคซีนป้องกันเป็นประจำปี เพื่อลดความรุนแรงและภาวะแทรกซ้อนของโรค
โรคอาหารเป็นพิษ พบผู้ป่วยสะสม 24,716 ราย ส่วนใหญ่เป็นเด็กอายุ 0–9 ปี แม้ไม่พบผู้เสียชีวิตแต่แนวโน้มผู้ป่วยสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน
ด้านนายแพทย์วีรวัฒน์ มโนสุทธิ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ ในฐานะโฆษกกรมควบคุมโรค กล่าวว่า นอกจาก 5 โรคที่พบป่วยมาก กับ 5 โรคที่พบอัตราการเสียชีวิตสูงสุด ยังมีโรคที่ต้องเฝ้าระวังเพิ่มเติม ได้แก่ โรคลีเจียนแนร์ ที่แนวโน้มเพิ่มขึ้นจากปีก่อน โดยพบผู้ป่วยสะสมแล้ว 13 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ปัจจัยเสี่ยงต่อการรับเชื้อ แนะนำสถานประกอบการที่พักโดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวดูแลระบบน้ำและเครื่องทำความเย็นให้สะอาดได้มาตรฐาน ส่วนประชาขนและรักท่องเที่ยวควรเลือกที่พักที่ผ่านการรับรองมาตรฐานโรงแรมที่เป็นมิตรกับสุขภาพและสิ่งแวดล้อม (GREEN Health Hotel) เพื่อให้แน่ใจว่ามีการจัดการปัจจัยเสี่ยงต่อการรับเชื้อ ,โรควัณโรคดื้อยา หลังเริ่มพบผู้กลุ่มคนอายุน้อยป่วยวัคโรคดื้อยา ทั้งแบบดื้อยา 2 ตัว และแบบดื้อเกือบครบทุกยา จึงแนะผู้ป่วยควรรับประทานยาครบตามแผนและป้องกันการแพร่เชื้ออย่างเคร่งครัด หากมีอาการผิดปกติ เช่น ไอเรื้อรังนาน 2 สัปดาห์ ไอมีเสมหะปนเลือด ไข้ต่ำๆ เหนื่อยหอบ น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ควรรีบไปพบแพทย์ พร้อมแนะนำประชาชนควรตรวจสุขภาพ เอ็กซ์เรย์ปอดปีละ 1 ครั้ง , โรคฝีดาษวานร ที่ล่าสุดพบผู้สะสม 25 ราย เสียชีวิต 1 ราย และมีคลัสเตอร์ในเรือนจำกรุงเทพฯ ที่กำลังติดตามผู้สัมผัสและฉีดวัคซีนแก่กลุ่มเสี่ยง แนะกลุ่ม LGBTQ+ ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง ให้เลี่ยงมีเพศสัมพันธ์หรือสัมผัสสัมผัสสารคัดหลั่งหรือของใช้ร่วมกันกับผู้ที่มีตุ่ม หนอง หากสัมผัสใกล้ชิดแล้วมีไข้หรือออกผื่นผิดปกติ ให้รีบพบแพทย์ทันที ,โรคเมลิออยโดสิส หรือโรคไข้ดิน พบผู้ป่วยสะสม 318 ราย เสียชีวิต 10 ราย แนะให้สวมรองเท้าบูทและถึงมือทุกครั้งเมื่อต้องลุยน้ำย้ำดิน ดื่มน้ำต้มสุก เลี่ยงตากฝน และลมพายุ เพราะเสี่ยงสูดฝุ่นดินปนเชื้อได้ หากมีไข้สูงหลังสัมผัสดินให้รีบพบแพทย์และแจ้งประวัติเสี่ยง อีกโรคที่ยังต้องระวังที่มาจากต่างประเทศ คือ โรคไวรัสนิปาห์ ซึ่งอินเดียและบังกลาเทศพบผู้เสียชีวิตจากไวรัสนิปาห์ประเทศละ 1 ราย ขณะนี้แม้องค์การอนามัยโลกจะประเมินความเสี่ยงข้ามประเทศอยู่ในระดับต่ำและควบคุมการระบาดได้แล้ว ประเทศไทยก็ยืนยันไม่พบผู้ป่วย แต่ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ จะยังคงคุมเข้มคัดกรองผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยงไปจนถึงวันที่ 27 กุมภาพันธ์นี้








