“สีหศักดิ์” หารือทวิภาคีไทย – ฝรั่งเศส สถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา เสนอขึ้นทะเบียน “ชุดไทย” ขึ้นเวที HRC ร่วมแก้ปัญหาสแกมเมอร์ ที่นครเจนีวา

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พบหารือทวิภาคีกับนาย Khaled Ahmed El-Enany Ali Ezz ผู้อำนวยการใหญ่องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ที่สำนักงานใหญ่ยูเนสโก ในโอกาสเดินทางเยือนกรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส โดยเป็นการพบกันอย่างเป็นทางการครั้งแรกภายหลังทั้งสองฝ่ายเข้ารับตำแหน่ง นายสีหศักดิ์ได้แสดงความยินดีต่อการเข้ารับตำแหน่งของผู้อำนวยการใหญ่ฯ พร้อมทั้งเชิญเยือนไทยอย่างเป็นทางการ และแลกเปลี่ยนมุมมองต่อความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์และผลกระทบต่อระบบพหุภาคี ตลอดจนแนวทางการบริหารและปฏิรูปองค์กรของยูเนสโก นอกจากนี้ฝ่ายไทยได้ชี้แจงพัฒนาการสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา และหารือการเสนอขึ้นทะเบียน “ชุดไทย” เป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อยูเนสโกในปี 2569 ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่ยูเนสโกจะขึ้นทะเบียนชุดไทยในปีนี้ เพราะชุดไทยเป็นเอกลักษณ์ของไทยอย่างแท้จริง  ขณะที่ฝ่ายยูเนสโกได้แลกเปลี่ยนมุมมองด้านนโยบายและวิสัยทัศน์การบริหารองค์กร พร้อมสอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา นายสีหศักดิ์จึงได้ใช้โอกาสชี้แจงสถานการณ์ให้ฝ่ายยูเนสโกได้รับทราบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน

ซึ่งไทยเข้าเป็นสมาชิกยูเนสโกตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2492 และมีบทบาทอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการจัดตั้งสำนักงานภูมิภาคของยูเนสโกในไทย เมื่อปี 2504 ทั้งนี้ไทยมีแหล่งมรดกโลก 8 แหล่ง และรายการมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ 6 รายการ สะท้อนความร่วมมือที่เข้มแข็งและความมุ่งมั่นของไทยในการอนุรักษ์และส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรมในเวทีพหุภาคีอย่างต่อเนื่อง

จากนั้นได้ให้สัมภาษณ์พิเศษแบบตัวต่อตัว (Tête-à-tête) แก่สถานีโทรทัศน์ France 24 ซึ่งเป็นสื่อที่มีชื่อเสียงของฝรั่งเศสและเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ โดยการให้สัมภาษณ์ดังกล่าวครอบคลุมประเด็นสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา ตลอดจนพัฒนาการทางการเมืองล่าสุดในเมียนมา พร้อมชี้แจงท่าทีและแนวทางการดำเนินนโยบายของประเทศไทยต่อประเด็นสำคัญดังกล่าวอย่างรอบด้าน

นายสีหศักดิ์ ยังได้พบหารือทวิภาคีกับ นาย ฌ็อง-นอแอล บาร์โร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการยุโรปและการต่างประเทศสาธารณรัฐฝรั่งเศส ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับแนวทางกระชับความสัมพันธ์ทวิภาคีที่ใกล้ชิดและยาวนานให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงระหว่างกันที่มีมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเพิ่มพูนความร่วมมือเพื่อยกระดับความสัมพันธ์ไปสู่การเป็น “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์”ในโอกาสครบรอบ 170 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – ฝรั่งเศสในปีนี้ โดยการหารือครอบคลุมถึงการแลกเปลี่ยนในระดับประชาชน และวัฒนธรรม ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือเกี่ยวกับความท้าทายด้านภูมิรัฐศาสตร์ และประเด็นความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญ ทั้งนี้ นายสีหศักดิ์ ชื่นชมบทบาทที่เป็นกลางและสร้างสรรค์ของฝรั่งเศสในการเสริมสร้างสันติภาพและเสถียรภาพโดยเฉพาะในบริบทของสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา การให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ในเมียนมา และความพยายามต่อต้านการหลอกลวงออนไลน์ในภูมิภาค

ระหว่างการเดินทางไปนครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส เพื่อเข้าร่วมและกล่าวถ้อยแถลงในการประชุมระดับสูง (High-Level Segment) ของการประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (Human Rights Council : HRC) สมัยที่ 61 เพื่อแสดงวิสัยทัศน์และสะท้อนมุมมองของไทยในฐานะสมาชิก HRC วาระปี ค.ศ. 2025 – 2027 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้หารือทางโทรศัพท์กับนางกายา กัลลัส ผู้แทนระดับสูงของสหภาพยุโรปด้านการต่างประเทศและนโยบายความมั่นคงและรองประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ทั้งสองฝ่ายแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับประเด็นระหว่างประเทศ ซึ่งรวมถึงความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย – ยูเครน และหารือพัฒนาการของสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา โดยสะท้อนว่า ไทยปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วมที่ทั้งสองฝ่ายลงนามเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 อย่างเคร่งครัดมาโดยตลอด

ทั้งนี้นายสีหศักดิ์ ได้กล่าวถ้อยแถลงของไทยในช่วงการประชุมระดับสูงของการประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ สมัยที่ 61 (HRC) ณ Assembly Hall, Palais des Nations สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส โดยได้เริ่มการกล่าวถ้อยแถลงด้วยการระลึกถึงสมัยที่ดำรงตำแหน่งประธานคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติเมื่อ 10 กว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงสำคัญที่มีการทบทวนการดำเนินงานของคณะมนตรีฯ และย้ำว่า ในช่วงเวลาที่ระบบพหุภาคีประสบความท้าทายเช่นในปัจจุบัน ประเทศต่างๆ ต้องร่วมมือกันเพื่อความสำเร็จและประสิทธิภาพของคณะมนตรีฯ นอกจากนี้เห็นว่า ปัญหาการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตข้ามพรมแดน หรือสแกมเมอร์ เป็นวิกฤตด้านสิทธิมนุษยชนระดับโลกที่เกิดจากการขาดหลักนิติธรรมในประเทศที่เครือข่ายอาชญากรรมเหล่านี้ใช้เป็นฐานปฏิบัติการ โดยประเทศไทยได้รับผลกระทบโดยตรง และอยู่ในแนวหน้าของความพยายามระหว่างประเทศเพื่อแก้ไขปัญหา โดยจะสานต่อความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อจัดการกับเครือข่ายอาชญากรรมเหล่านี้

พร้อมทั้งได้กล่าวตอบโต้นายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาที่กล่าวพาดพิงไทยในสถานการณ์ข้อพิพาทบริเวณชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชาในการกล่าวถ้อยแถลงของประชุมระดับสูงในวันเดียวกัน ว่า กัมพูชากล่าวหาไทยบนข้อความเท็จและวาทกรรมที่บิดเบือนเพื่อทำให้ไทยเป็นผู้ร้าย โดยต้นเหตุของความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา เกิดจากการละเมิดและการยั่วยุซ้ำแล้วซ้ำเล่า รวมทั้งการแทรกแซงการเมืองภายในของไทยโดยฝ่ายกัมพูชา ส่งผลให้เกิดความตึงเครียดจนนำไปสู่การโจมตีอย่างไม่เลือกเป้าหมายและมีพลเรือนต้องเสียชีวิต ซึ่งเป็นโศกนาฏกรรมทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อนบ้านทั้งสองประเทศ ตั้งแต่อดีต ประเทศไทยมีแต่ความปรารถนาดีให้กับกัมพูชา โดยให้สถานที่พักพิงแก่ผู้ที่หลบหนีจากความขัดแย้ง และให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม รวมถึงร่วมฟื้นฟูประเทศภายหลังจากสงครามกลางเมืองในกัมพูชา ไทยไม่เคยมีเจตนาที่จะเผชิญหน้ากับกัมพูชาเพราะเข้าใจดีว่า สันติภาพของไทยไม่สามารถแยกออกจากสันติภาพของกัมพูชาได้ และโดยที่ขณะนี้ ทั้งสองฝ่ายมีข้อตกลงหยุดยิง แทนที่จะร่วมกันสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจและก้าวไปข้างหน้าในฐานะประเทศเพื่อนบ้านที่ดี แต่กัมพูชากลับทำให้ปัญหาระหว่างสองประเทศเป็นประเด็นระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นการบั่นทอนโอกาสสำหรับสันติภาพ สำหรับข้อกล่าวหาว่าไทยยึดครองดินแดนของกัมพูชานั้น ข้อเท็จจริงคือ ทั้งสองฝ่ายต่างเจรจาและเห็นชอบให้กองกำลังตั้งอยู่ที่ฐานที่มั่นเดิมในช่วงที่มีข้อตกลงหยุดยิงในระหว่างที่อยู่ระหว่างการรอการหารือเพื่อแก้ไขปัญหา และจนถึงปัจจุบันนี้ กัมพูชาก็ยังคงยั่วยุ ทหารไทยยังคงต้องเผชิญกับทุ่นระเบิด และกัมพูชายังคงยิงข้ามมายังฝั่งไทยแม้กระทั่งในวันนี้ ทั้งนี้ ไทยยังคงยืนยันที่จะยึดมั่นในการเจรจา แต่ขณะเดียวกัน ไทยก็มีหน้าที่ในการปกป้องอำนาจอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนโดยปราศจากเงื่อนไข ดังนั้น จึงขอตั้งคำถามกับฝ่ายกัมพูชาว่า ประสงค์ที่จะเลือกเส้นทางแห่งสันติภาพ หรือเส้นทางแห่งความตึงเครียดและความขัดแย้งให้ดำรงต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง