นพ.นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา รองอธิบดีกรมอนามัย ชี้แจงถึงโรคภัยไข้เจ็บที่มักมาพร้อมกับฤดูร้อน ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มหลักๆ ได้แก่ กลุ่มอาการที่เกิดจากความร้อน เช่น ภาวะเพลียแดดและโรคลมแดด (Heatstroke) กลุ่มโรคทางเดินอาหาร อาทิ โรคท้องร่วงและอาหารเป็นพิษ กลุ่มโรคติดต่อทั่วไป เช่น โรคพิษสุนัขบ้าและโรคตาแดง กลุ่มโรคผิวหนัง ที่เกิดจากการถูกแดดเผา หรือมีผื่นไหม้
สำหรับภาวะเพลียแดด จะมีอาการอ่อนเพลีย วิงเวียนศีรษะ เหงื่อออกมากและร่างกายจะเปียกชื้นจากการสูญเสียน้ำ ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะความดันโลหิตตกได้ การปฐมพยาบาลเบื้องต้นคือการนำผู้ป่วยไปยังที่ร่มที่มีอากาศถ่ายเท คลายเสื้อผ้าออก เช็ดตัวด้วยน้ำอุณหภูมิปกติและให้ดื่มน้ำเย็นหรือน้ำเกลือแร่
ส่วนโรคลมแดด (Heatstroke) ถือเป็นภาวะฉุกเฉินที่รุนแรงกว่า โดยผู้ป่วยจะมีอาการตัวร้อนจัด ใบหน้าแดง ผิวแห้ง หรืออาจมีอาการชักและหมดสติได้ จำเป็นต้องลดอุณหภูมิร่างกายลงโดยเร็ว เช่น การเช็ดตัวด้วยน้ำเย็น ประคบเย็น หรือใช้น้ำราดตัว
ในกรณีของโรคทางเดินอาหาร ซึ่งพบได้บ่อยในฤดูร้อน อาการที่พบบ่อยคือ ถ่ายเหลว ปวดบิด บางรายอาจมีไข้ร่วมด้วย ควรดื่มน้ำเกลือแร่และรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ เพื่อช่วยให้อาการทุเลาลง
ส่วนโรคพิษสุนัขบ้า หากถูกสัตว์กัดหรือข่วน ควรทำความสะอาดบาดแผลด้วยน้ำสบู่และน้ำสะอาดไหลผ่านโดยเร็วที่สุด การป้องกันโรคนี้ทำได้โดยการฉีดวัคซีนเท่านั้น
นพ.นเรศฤทธิ์ ยังได้เน้นย้ำถึงกลุ่มเสี่ยงที่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก ผู้ที่มีโรคประจำตัว ผู้ที่ทำงานกลางแจ้งและผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก โดยแนะนำให้บุคคลเหล่านี้ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ที่มีแดดจัด และบริโภคอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ ทันทีหลังปรุงเสร็จ เพื่อป้องกันการปนเปื้อนที่อาจเป็นอันตรายต่อร่างกาย








