นพ.เอนก มุ่งอ้อมกลาง รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า การสูบบุหรี่ไฟฟ้าไม่เพียงเสี่ยงติดนิโคตินที่ทำลายสมองและระบบประสาท แต่ปัจจุบันมีการลักลอบผสมสารเสพติดอื่นเข้าไปด้วย อาทิ เคตามีนและเอโทมิเดต ซึ่งเพิ่มความรุนแรง มีฤทธิ์กดประสาท ทำให้เกิดอาการหลอน ง่วงซึม สับสน หมดสติ กดการหายใจและอาจกระทบต่อระบบไหลเวียนโลหิต เสี่ยงภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ซึ่งอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ โดยกลุ่มที่น่าห่วงคือ กลุ่มเด็กและเยาวชน ที่อาจถูกชักจูงให้ทดลองเพียงครั้งเดียวแต่ต้องแลกด้วยสุขภาพหรือแม้แต่ชีวิต จึงขอให้ผู้ปกครอง ชุมชนและสถานศึกษา ร่วมกันสอดส่องดูแล ป้องกันไม่ให้เยาวชนเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้า
พร้อมเตือนผู้ลักลอบจำหน่ายมีความผิดตามกฎหมาย และหากตรวจพบการผสมสารเสพติด จะเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติดและกฎหมายฟอกเงิน มีโทษร้ายแรง หากประชาชนพบเบาะแสการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า หรือผลิตภัณฑ์ต้องสงสัย สามารถแจ้งผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ได้ตลอด 24 ชั่วโมง








