ก.ทรัพย์ฯ คุมเข้มมาตรการป้องกันและแก้ปัญหาไฟป่า หมอกควัน ฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ

นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการเพื่อการจัดการปัญหามลพิษทางอากาศ เพื่อตามสถานการณ์และการดำเนินงานการป้องกันและแก้ปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง PM2.5 โดยนางรวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูร้อน ส่งผลให้จะมีความแห้งแล้งมากขึ้น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้กำชับทุกหน่วยงานเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือและ 14  กลุ่มป่าที่มีความเสี่ยงเกิดไฟป่า โดยให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมารับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ทั้งภาคป่าไม้ เกษตรกรรม อุตสาหกรรม เขตเมือง ปัญหาหมอกควันข้ามแดน และให้แจ้งเตือนผ่านระบบ Cell  Broadcast 

ทั้งนี้ ภาพรวมพบจุดความร้อนย้อนหลัง 5 ปี มีจำนวนวันที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐานลดลง เนื่องมาจากมาตรการต่างๆ ที่ได้ดำเนินการไปแล้ว แสดงให้เห็นว่ามีทิศทางที่ดีขึ้น สำหรับการจัดการหมอกควันข้ามแดนให้ใช้กลไกอาเซียน การประสานงานผ่านสำนักเลขาธิการอาเซียน และสายด่วนระดับอธิบดีระหว่างไทย – สปป.ลาว – เมียนมา แจ้งเตือนและขอความร่วมมือลดการเผาช่วงที่พบจุดความร้อนสูง ขณะที่การแก้ปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 กรุงเทพมหานครเป็นเจ้าภาพหลักกำหนดแนวทางและมาตรการในกรุงเทพมหานครและ 10  จังหวัดใกล้เคียงให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงกรณีนักวิชาการ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ตรวจพบปริมาณสารหนูสะสมเกินค่ามาตรฐาน จากการเก็บตัวอย่างผมและเล็บในกลุ่มคนริมน้ำกก ว่า กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้ประสานกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ซึ่งปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้สั่งการเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข ให้ลงพื้นที่ จ.เชียงราย ตรวจร่างกายกลุ่มเสี่ยงเพิ่มเติม ซึ่งการตรวจหาค่าสารพิษจะมีการตรวจปัสสาวะเพิ่มเติมและเป็นการตรวจที่ได้มาตรฐานควบคู่ไปด้วย

ทั้งนี้ ปัญหามลพิษข้ามแดนไม่ใช่เรื่องง่ายในการป้องกัน เนื่องจากต้นกำเนิดมลพิษมาจากประเทศเพื่อนบ้าน จึงต้องอาศัยกลไกระหว่างประเทศเพื่อดำเนินการแก้ไข ซึ่งการตรวจสอบคุณภาพน้ำ ตะกอนดิน หรือตรวจร่างกายประชาชนในพื้นที่เสี่ยง จะเป็นข้อมูลสำคัญในการเจรจากับประเทศเพื่อนบ้านถึงผลกระทบที่ไทยได้รับ เพื่อเร่งหาแนวทางการแก้ปัญหาต่อไป 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง