สาธารณสุข ยืนยัน สารหนูในแม่น้ำกก และประปาหมู่บ้าน จ.เชียงราย อยู่ในเกณฑ์ปกติ เฝ้าระวังต่อเนื่อง ป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน

จากกรณีทีมนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย และเครือข่าย เปิดเผยผลการตรวจพบสารหนูสะสมในร่างกาย ที่เส้นผม และเล็บ ของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงริมแม่น้ำกก นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้ประชุมคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบคุณภาพแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ทีมวิจัยระบุว่า ข้อมูลดังกล่าวยังมีความไม่แน่นอน เนื่องจากขนาดตัวอย่างยังน้อย และพบปัจจัยที่อาจส่งผลต่อความแม่นยำของค่าที่ตรวจพบ คือมีการพ่นสารกำจัดศัตรูพืชในพื้นที่ภายใน 24 ชั่วโมงก่อนการเก็บตัวอย่าง

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย จึงสั่งการให้ทีมนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ เร่งเก็บตัวอย่างซ้ำทั้งในสิ่งแวดล้อม (น้ำ/ตะกอน) และตัวอย่างชีวภาพ (ปัสสาวะ/เส้นผม) ตามมาตรฐาน SOP อย่างเคร่งครัด (SOP : Standard Operating Procedure มาตรฐานการปฏิบัติงานที่เป็นขั้นตอน) และรายงานผลเบื้องต้นภายใน 2 สัปดาห์ ให้โรงพยาบาลในเครือข่ายเก็บตัวอย่างจากกลุ่มเสี่ยงและนักเรียนในพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อประเมินผลกระทบต่อสุขภาพในระยะสั้นและระยะยาว พร้อมทั้งให้สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด จัดทำสื่อใน 2 รูปแบบ คือข้อมูลเชิงวิชาการสำหรับผู้เชี่ยวชาญ และอินโฟกราฟิก/แอนิเมชันที่เข้าใจง่ายสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เน้นการให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง พร้อมย้ำว่าต้องพูดความจริงบนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์ สิ่งไหนที่ยังไม่ชัดเจนอย่าเพิ่งสรุปจนกว่าจะมีผลยืนยันจากแล็บอ้างอิง เพื่อไม่ให้ประชาชนตื่นตระหนกจนเกินไป และไม่ให้กระทบต่อภาคธุรกิจการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงราย สำหรับแผนการดำเนินงานในระยะยาว เตรียมทำแผนที่ความเสี่ยง (Risk Map) เพื่อระบุต้นตอของสารหนูว่ามาจากภาคเกษตรกรรม เหมืองแร่ หรือเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ โดยจะติดตามผลอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาอย่างน้อย 3 ปี

เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดแก่ประชาชน นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งด่วน และมอบหมายให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ตรวจเฝ้าระวังสารหนูในปัสสาวะของกลุ่มเสี่ยง ตรวจการปนเปื้อนสารหนูในอาหาร และตรวจเฝ้าระวังคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้านในพื้นที่เสี่ยง รวมถึงให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย ประสานข้อมูลเชิงลึกจากผู้วิจัย และประสานองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) โรงพยาบาล โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 จังหวัดเชียงใหม่ และศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ เพื่อร่วมวางมาตรการจัดการปัญหา คัดกรอง และจัดการความเสี่ยงจากผลกระทบให้ประชาชนต่อไป

ทั้งนี้ได้ส่งทีมปฏิบัติการอนามัยสิ่งแวดล้อม (ทีม SEhRT) ของศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ ร่วมปฏิบัติการกับหน่วยงานระดับจังหวัด สื่อสารความเสี่ยง เสริมความรู้ประชาชนในการดูแลป้องกันตนเองจากการใช้น้ำในแหล่งน้ำแม่น้ำกก รวมทั้งการปรับปรุงคุณภาพน้ำเบื้องต้นก่อนนำมาบริโภค ซึ่ง อบจ.เชียงราย มีการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้านในพื้นที่เสี่ยงเป็นประจำทุกเดือน พบว่า สารหนูในน้ำมีค่าไม่เกินค่ามาตรฐาน ยกเว้นที่บ้านป่ายางมน   ตำบลรอบเวียง อำเภอเมือง และ ตำบลบ้านแซว อำเภอเชียงแสน พบปริมาณสารหนูเกินมาตรฐานเล็กน้อย อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน และลดผลกระทบต่อสุขภาพในระยะสั้น กรมอนามัยได้ประสานให้การประปาส่วนภูมิภาคสนับสนุนน้ำบริโภคให้ประชาชนใช้ในครัวเรือนเบื้องต้นแล้ว ขณะที่สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย ได้จัดทีมปฏิบัติการสาธารณสุขลงพื้นที่ติดตามกลุ่มเสี่ยง ตรวจคัดกรอง สอบถามอาการ ตรวจร่างกายซ้ำ และให้การรักษา รวมทั้งประสานหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อปรับปรุงและเฝ้าระวังคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้านในจังหวัดเชียงรายเดือนละ 1 ครั้ง สุ่มตรวจปัสสาวะประชาชนกลุ่มเปราะบาง คัดเลือกพื้นที่ตามความเสี่ยง สื่อสารแจ้งเตือนประชาชนเมื่อพบความเสี่ยง และสร้างการรับรู้ถึงอันตรายจากสารหนูปนเปื้อนในน้ำ การป้องกันตนเองอย่างต่อเนื่อง

นพ.สมฤกษ์  จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมอนามัย กรมควบคุมโรค กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขเขตสุขภาพที่ 1 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ 1/1เชียงราย  โดยมีกรมควบคุมมลพิษ ร่วมให้ข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อติดตามผลการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง

นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า หน่วยงานในพื้นที่ทุกภาคส่วนแจ้งผลการตรวจเฝ้าระวังการปนเปื้อนของสารหนูในแม่น้ำกก และผลการตรวจเฝ้าระวังสารหนูในน้ำประปาหมู่บ้าน พบว่าระดับสารหนูยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน จึงมั่นใจได้ว่าประชาชนสามารถดำรงชีวิตได้ปกติ ไม่ได้รับผลกระทบต่อสุขภาพ พร้อมขอบคุณนักวิจัย และหน่วยงานในพื้นที่ ที่ให้ความสนใจและติดตามผลกระทบทางสุขภาพของประชาชน ทำให้เกิดความตระหนักและมีการวางมาตรการ/กลไกเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อย่างเป็นรูปธรรม กระทรวงสาธารณสุขพร้อมและยินดีสนับสนุนการดำเนินงานที่เป็นการช่วยเหลือดูแลสุขภาพประชาชนในพื้นที่

แม้สถานการณ์การปนเปื้อนสารหนูในสิ่งแวดล้อมจะยังไม่เกินค่ามาตรฐาน และอยู่ในการควบคุมของเจ้าหน้าที่ให้ไม่อยู่ในระดับที่กระทบต่อสุขภาพประชาชน รวมทั้งมีการดำเนินการตามมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกันปัจจัยเสี่ยงสารมลพิษของจังหวัดอย่างต่อเนื่อง ตามที่นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้ชี้แจงไปแล้ว ในส่วนกระทรวงสาธารณสุข ยังคงตรวจเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภค เฝ้าระวังการปนเปื้อนในอาหาร และตรวจสุขภาพกลุ่มเสี่ยงเพื่อติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และปกป้องคุ้มครองสุขภาพประชาชน ให้สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ไม่ได้รับผลกระทบจากสารมลพิษปนเปื้อน โดยเฉพาะผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง กลุ่มเปราะบาง

ด้าน พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัยยังแนะนำให้ประชาชนใช้น้ำประปาของการประปาส่วนภูมิภาค หรือประปาหมู่บ้านที่มีระบบผลิตที่ได้มาตรฐาน เนื่องจากผ่านการตรวจสอบปรับปรุงแหล่งน้ำและมีความปลอดภัย ทั้งนี้ ทีม SehRT ของศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ ยังคงลงพื้นที่ปฏิบัติการกับหน่วยงานระดับจังหวัด เพื่อสุ่มตรวจคุณภาพน้ำเบื้องต้น รวมทั้งเสริมความรู้ประชาชนในการดูแลป้องกันตนเองอย่างต่อเนื่องเพื่อความปลอดภัย

ขณะที่นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ที่ได้เข้าประชุมร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข ในครั้งนี้พร้อมทั้งให้ข้อมูลการเฝ้าระวังและตรวจสอบคุณภาพน้ำในแม่น้ำกก ตามข้อสั่งการของนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่กำชับให้กรมควบคุมมลพิษ ติดตามตรวจสอบการปนเปื้อนโลหะหนักในแม่น้ำกกอย่างต่อเนื่อง เกาะติดปัญหา เพื่อเร่งช่วยเหลือประชาชน โดยนายสุรินทร์ กล่าวว่า กรมควบคุมมลพิษได้ตรวจติดตามคุณภาพน้ำอย่างต่อเนื่องรวม 15 ครั้ง ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2568 จนถึงปัจจุบัน ผลการตรวจครั้งล่าสุด (13–16 ม.ค. 69) ซึ่งครอบคลุม ตั้งแต่อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ถึงอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย พบว่าค่าสารหนูส่วนใหญ่ยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน คือไม่เกิน 0.01 มิลลิกรัมต่อลิตร ยกเว้นในบางจุดยังมีค่าสารหนูเกินมาตรฐาน ในบริเวณสะพานท่าตอนและบ้านแม่นาวาง อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีค่าอยู่ระหว่าง 0.011–0.012 มิลลิกรัมต่อลิตร (เกินมาตรฐานที่ 0.01 มิลลิกรัมต่อลิตร ถือว่าเกินเพียงเล็กน้อย) และค่าโลหะหนักอื่นๆ ได้แก่ แคดเมียม ทองแดง นิกเกิล โครเมียม สังกะสี และปรอท ยังคงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง