พลอากาศเอกไวพจน์ เกิงฝาก รองผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นประธานในพิธีส่งหน่วยบินปฏิบัติภารกิจฝนหลวงกองทัพอากาศ ประจำปี 2569 ณ โรงเก็บอากาศยานฝูงบิน 601 กองบิน 6 ดอนเมือง เพื่อแสดงเจตนารมณ์ในการนำขีดความสามารถและทรัพยากรของกองทัพอากาศมาใช้ช่วยเหลือประชาชน โดยมีนายไพจิตร เค้ากล้า รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตรด้านวิชาการ พร้อมผู้บังคับบัญชาระดับสูงเข้าร่วมพิธี
สำหรับแผนปฏิบัติการปีนี้ กองทัพอากาศ ได้จัดเตรียมอากาศยานสนับสนุนภารกิจ ได้แก่
– เครื่องบินลำเลียงแบบที่ 2ก (BT-67) สำหรับโปรยสารฝนหลวง สร้างแกนกลั่นตัวในวงกว้าง เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง รวมถึงเติมน้ำต้นทุนให้เขื่อน
– เครื่องบินโจมตีและธุรการแบบที่ 2 (AU-23A Peacemaker) ติดตั้งพลุสารดูดความชื้น (Hygroscopic Flare) เมื่อเผาไหม้จะสร้างอนุภาคขนาดเล็กระดับไมครอนที่มีความสม่ำเสมอสูง เพิ่มจำนวนแกนกลั่นตัวอย่างมีประสิทธิภาพ
– เครื่องบินโจมตีแบบที่ 7 (A-JET TH: Alpha Jet) ใช้ยิงพลุซิลเวอร์ไอโอไดด์ (Silver Iodide) เข้าสู่ยอดเมฆ เพื่อเร่งการเกิดผลึกน้ำแข็ง ลดความรุนแรงของพายุลูกเห็บ และกระตุ้นให้เมฆตกเป็นฝนรวดเร็วขึ้น
กองทัพอากาศจะเริ่มวางกำลัง ณ ฐานปฏิบัติการกองบินต่าง ๆ ครอบคลุมพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ตั้งแต่บัดนี้จนกว่าสถานการณ์ภัยแล้งจะคลี่คลาย พร้อมสนับสนุนฐานปฏิบัติการฝนหลวงรวม 12 ฐานบินทั่วประเทศ
นอกจากนี้ ในการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ซึ่งเกิดจากสภาพอากาศปิดและลมสงบจนเกิดชั้นอุณหภูมิผกผัน (Temperature Inversion) กองทัพอากาศจะส่งเครื่องบิน BT-67 ปฏิบัติการโปรยสารฝนหลวงน้ำแข็งแห้ง (Dry Ice) เพื่อเจาะช่องชั้นบรรยากาศและกระตุ้นการไหลเวียนอากาศ ช่วยระบายฝุ่นละอองขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศเบื้องบน
โดยวางกำลังหลักที่กองบิน 46 ใช้สารฝนหลวงน้ำแข็งแห้งจากโรงผลิตตามพระราชดำริ ณ ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือตอนล่าง จังหวัดพิษณุโลก และพร้อมเคลื่อนย้ายกำลังตามพื้นที่ปฏิบัติการเมื่อได้รับการประสานจาก กรมฝนหลวงและการบินเกษตร
ภารกิจดังกล่าวสะท้อนบทบาทของกองทัพอากาศในการบูรณาการกำลังทางอากาศ เพื่อบรรเทาภัยแล้ง เพิ่มปริมาณน้ำต้นทุน และลดผลกระทบด้านมลพิษทางอากาศอย่างเป็นระบบ








