กรมควบคุมโรค ยกระดับมาตรการควบคุมโรคเชิงรุกโรคคางทูมในพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง

นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า กรมควบคุมโรค ได้ติดตามสถานการณ์โรคคางทูมต่อเนื่อง ภายหลังพบการระบาดเป็นกลุ่มก้อนในหลายพื้นที่ ผลการประเมินความเสี่ยงล่าสุดระดับปานกลาง แม้ผลกระทบต่อระบบบริการสาธารณสุขยังต่ำ แต่มีโอกาสเกิดการระบาดเพิ่มในบางพื้นที่ จึงได้ยกระดับมาตรการควบคุมโรคเชิงรุกในพื้นที่เสี่ยง โดยกำหนดแนวทางการป้องกันและควบคุมโรคคางทูมอย่างเป็นระบบ ทั้งการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา การจัดการผู้ป่วยและผู้สัมผัส การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของประชากรและการสื่อสารความเสี่ยงเชิงรุก มาตรการสำคัญ ได้แก่ การรายงานผู้ป่วยเข้าสู่ระบบเฝ้าระวังอย่างรวดเร็วการแยกกักผู้ป่วยอย่างน้อย 5 วันนับจากวันที่เริ่มมีอาการต่อมน้ำลายบวม และการติดตามอาการผู้สัมผัสใกล้ชิดเป็นเวลา 25 วัน เพื่อจำกัดการแพร่กระจายในระดับพื้นที่ ทั้งนี้ ประเทศไทยยังแนะนำให้เด็กได้รับวัคซีนรวมป้องกันโรคหัด คางทูม และหัดเยอรมัน (MMR) จำนวน 2 เข็ม โดยเข็มแรกเมื่ออายุ 9 เดือน และเข็มที่สองเมื่ออายุ 1 ปี 6 เดือน วัคซีนมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคคางทูมร้อยละ 72 สำหรับการได้รับ 1 เข็ม และร้อยละ 86 สำหรับการได้รับ 2 เข็ม อย่างไรก็ตาม ภูมิคุ้มกันอาจลดลงตามระยะเวลาหลังได้รับวัคซีน จึงอาจพบผู้ป่วยได้แม้ได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์แล้ว แต่วัคซีนยังมีบทบาทสำคัญในการลดความรุนแรงของโรค และลดโอกาสการเกิดการระบาดในวงกว้าง สำหรับวัยรุ่นหรือผู้ใหญ่ที่ยังได้รับวัคซีนไม่ครบตามเกณฑ์สามารถเข้ารับบริการฉีดวัคซีนเพิ่มเติมได้ที่สถานพยาบาลของรัฐใกล้บ้านโดยคิดค่าบริการตามสิทธิ

ด้านนายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามหลักสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด ได้แก่ การสวมหน้ากากอนามัยเมื่อมีอาการป่วยระบบทางเดินหายใจ การหลีกเลี่ยงการใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น การล้างมือด้วยสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจล อย่างสม่ำเสมอ และการงดกิจกรรมรวมกลุ่มเมื่อมีอาการสงสัยโรค รวมทั้งหยุดเรียน หรือหยุดงานตามคำแนะนำของบุคลากรสาธารณสุข ซึ่งกรมควบคุมโรค ยังคงติดตามสถานการณ์โรคคางทูมอย่างใกล้ชิด และปรับมาตรการให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ เพื่อควบคุมโรคอย่างรวดเร็วและลดผลกระทบต่อระบบบริการสาธารณสุข หากประชาชนมีอาการแก้มบวม ไข้ หรือสงสัยโรคคางทูม ควรเข้ารับการตรวจรักษาที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน และปฏิบัติตามคำแนะนำของบุคลากรสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง