นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการให้ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ติดตามสถานการณ์และประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างใกล้ชิด กรณีเรือสัญชาติ SEALLOYD ARC อับปางในทะเลอันดามัน จังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา รวมถึงกรณีปรากฏภาพน้ำเสียสีดำไหลลงทะเลบริเวณหาดในยาง
พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานดำเนินการแก้ไขอย่างรอบคอบ โปร่งใส และเป็นไปตามหลักวิชาการ โดยสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 15 (สคพ.15) ร่วมกับ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค 3 กองทัพเรือภาคที่ 3 และเทศบาลตำบลราไวย์ ลงพื้นที่เกาะเฮทำความสะอาดชายหาดที่ได้รับผลกระทบจากก้อนน้ำมัน
ผลการสำรวจเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 พบก้อนน้ำมันขนาดเล็กกระจายทั่วชายหาดเกาะเฮ แต่ไม่หนาแน่น และพบลอยกระจายบางส่วนในทะเล เจ้าหน้าที่จึงเก็บตัวอย่างน้ำทะเล ตะกอนทราย และก้อนน้ำมัน ส่งตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ พร้อมบันทึกภาพมุมสูงเป็นข้อมูล ทั้งนี้ ได้สำรวจเพิ่มเติมบริเวณหาดราไวย์ หาดในหาน และหาดยะนุ้ย ไม่พบก้อนน้ำมันตกค้างบนชายหาด โดยเทศบาลตำบลราไวย์ได้รวบรวมของเสียไว้เพื่อรอแนวทางกำจัดจากศูนย์บัญชาการเหตุการณ์
ขณะเดียวกัน พบคราบน้ำมันลักษณะเป็นฟิล์มบางกระจายในทิศตะวันออกเฉียงใต้และบริเวณหน้าเกาะราชาใหญ่ โดยกองทัพเรือภาคที่ 3 ใช้สารขจัดคราบน้ำมันเท่าที่จำเป็นเพื่อควบคุมการแพร่กระจาย
สำหรับกรณีน้ำเสียสีดำบริเวณหาดในยาง สคพ.15 ประสานข้อมูลกับ อุทยานแห่งชาติสิรินาถ และองค์การจัดการน้ำเสีย ลงพื้นที่ตรวจสอบ พบตะกอนสีดำไหลจากคลองลงทะเลจริง โดยพื้นที่ดังกล่าวอยู่ระหว่างเตรียมก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียรวมชุมชน ขนาด 1,500 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งได้ผู้รับจ้างแล้ว และคาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 1 ปี
แนวทางแก้ไขเบื้องต้น คือ การกั้นบริเวณปากคลองเพื่อดักตะกอนสีดำ พร้อมเติมจุลินทรีย์ชีวภาพเพื่อลดผลกระทบในระยะสั้น โดย สคพ.15 จะสนับสนุนน้ำจุลินทรีย์ชีวภาพให้อุทยานฯ ดำเนินการต่อเนื่อง
ทั้งนี้ได้กำชับให้ติดตามคุณภาพน้ำทะเล ชายหาด และระบบนิเวศอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว พร้อมดำเนินการแก้ไขตามกฎหมายและหลักวิชาการอย่างเคร่งครัด เพื่อปกป้องทรัพยากรทางทะเลของประเทศอย่างเต็มที่








