รัฐบาล เร่งจ่ายเงินค่าซ่อมบ้านหาดใหญ่ ให้ครบภายใน มี.ค. 69 ประชาชนที่ยังไม่ได้รับเงินเยียวยา 9,000 บาท เร่งตรวจสอบบัญชีและผูกพร้อมเพย์

นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยความคืบหน้าการจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ว่ารัฐบาลเดินหน้าเร่งรัดการช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนเงินเยียวยาครัวเรือนละ 9,000 บาท และเงินค่าซ่อมแซมที่อยู่อาศัย ซึ่งในส่วนของเงินเยียวยาครัวเรือนละ 9,000 บาท ขณะนี้อำเภอหาดใหญ่ดำเนินการเกือบครบ 100% แล้ว เหลือเพียงหลักร้อยรายที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) พบว่าโอนเงินไม่ผ่าน อาทิ ปัญหาการผูกบัญชีพร้อมเพย์ หรือบัญชีไม่เคลื่อนไหว ซึ่งขณะนี้อำเภอได้ส่งเรื่องให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลอีกครั้ง เพื่อเร่งแก้ไขให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

สำหรับเงินค่าซ่อมแซมที่อยู่อาศัยประจำ ครัวเรือนละไม่เกิน 49,500 บาท ข้อมูล ณ วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 อำเภอหาดใหญ่ได้ส่งเอกสารผ่านการอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัดสงขลาแล้วจำนวน 11,853 ครัวเรือน รวมวงเงินช่วยเหลือทั้งสิ้น 184 ล้านบาท และคาดว่าจะสามารถจ่ายเงินได้ในช่วงต้นเดือนมีนาคม 2569

นายภราดร กล่าวด้วยว่า นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้สั่งการให้ทางอำเภอหาดใหญ่ติดตามเร่งรัดไปยังเทศบาลนครหาดใหญ่ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยรอบ ให้จัดส่งเอกสารมายังอำเภอโดยเร็ว เพื่อนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติอำเภอเป็นรายสัปดาห์ จะได้อนุมัติและดำเนินการจ่ายเงินอย่างรวดเร็ว ทันกรอบระยะเวลาอย่างเคร่งครัด โดยจังหวัดสงขลา อำเภอ และเทศบาลได้ร่วมกันระดมสรรพกำลังพิจารณาอนุมัติเงินช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ขณะนี้พิจารณาสิทธิแล้วประมาณ 6,000-7,000 หลังคาเรือน จากทั้งหมดกว่า 10,000 หลังคาเรือน เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบข้อมูลได้เฉลี่ยวันละ 2,000-3,000 ราย เพื่อให้ทันตามกำหนดเวลา ส่วนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพื้นที่รอบนอก ได้แก่ เทศบาลเมืองคลองแห เทศบาลเมืองคอหงส์ เทศบาลเมืองควนลัง เทศบาลเมืองบ้านพรุ และเทศบาลเมืองทุ่งตำเสา มีความคืบหน้าในลักษณะเดียวกัน

สำหรับหลักเกณฑ์เงินช่วยเหลือ 49,500 บาทนั้น เป็นเพดานสูงสุดในกรณีบ้านที่อยู่อาศัยประจำเสียหายทั้งหลัง ส่วนกรณีเสียหายบางส่วน จะจ่ายตามความเสียหายจริงจากการประเมินของชุดช่าง ทำให้แต่ละครัวเรือนได้รับเงินแตกต่างกันตามสภาพความเสียหาย ทั้งนี้ จังหวัดสงขลากำหนดจ่ายเงินงวดแรกในช่วงต้นเดือนมีนาคม 2569 โดยใช้พื้นที่เทศบาลนครหาดใหญ่เป็นจุดนำร่อง และจะเร่งดำเนินการให้ครบทุกครัวเรือนภายในเดือนมีนาคมนี้ และย้ำว่ารัฐบาลตั้งเป้าหมายให้การดูแลผู้ประสบภัยทุกครัวเรือนได้รับการเยียวยาตามสิทธิอย่างครบถ้วน โปร่งใส และรวดเร็วที่สุด ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าทุกหน่วยงานได้เร่งรัดดำเนินการอย่างเต็มกำลัง

ขณะที่นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เปิดเผยความคืบหน้ามาตรการเงินช่วยเหลือซ่อมแซมที่อยู่อาศัย หลังละไม่เกิน 49,500 บาท โดยได้มอบหมาย นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการ จังหวัดสงขลา ที่กำกับดูแลสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ลงพื้นที่ติดตามร่วมกับนายอำเภอทุกอำเภอ เร่งรัดการสำรวจและพิจารณาให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน พร้อมย้ำว่าไม่จำเป็นต้องรอรวบรวมข้อมูลเป็นล็อตใหญ่ สามารถทยอยสรุปและส่งข้อมูลเข้ามาได้ตลอด ขอให้อำเภอเร่งประชุมคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติอำเภอ และส่งเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัดสงขลา ซึ่งจัดขึ้นทุกสัปดาห์ โดยตั้งเป้าให้กระบวนการพิจารณาแล้วเสร็จภายใน 1 เดือน หรือภายในเดือนมีนาคม 2569 เพื่อให้ประชาชนได้รับเงินเยียวยาโดยเร็วที่สุด

สำหรับเงินทดรองราชการกรณีค่าซ่อมแซมที่อยู่อาศัยตามหลักเกณฑ์เดิม ไม่เกิน 49,500 บาทต่อหลัง ขณะนี้มีบ้านเรือนได้รับความเสียหายกว่า 30,000 หลังคาเรือน โดยจะพิจารณาตามระดับความเสียหายของโครงสร้างหลักของบ้าน เช่น เสา ผนัง ประตู และหน้าต่าง ซึ่งวงเงินช่วยเหลือจะแตกต่างกันตามผลการประเมินของเจ้าหน้าที่ ส่วนงบประมาณช่วยเหลือครัวเรือนละ 9,000 บาท ขณะนี้จังหวัดสงขลาดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว โดยโอนเงินแล้วจำนวน 642,154 ครัวเรือน คิดเป็นวงเงินกว่า 5,779 ล้านบาท ครอบคลุมทั้ง 16 อำเภอของจังหวัด เหลือเพียงบางส่วนประมาณ 1,300 ราย ที่โอนเงินไม่สำเร็จ เนื่องจากปัญหาการผูกบัญชีพร้อมเพย์ไม่ถูกต้อง ซึ่งอยู่ระหว่างการประสานแก้ไข ขอให้ผู้ที่ยังไม่ได้ผูกบัญชีพร้อมเพย์ด้วยเลขบัตรประจำตัวประชาชนเร่งติดต่อธนาคาร

นอกจากนี้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาแล้วเสร็จ ในด้านการเกษตร ทั้งพืช ประมง และปศุสัตว์ พร้อมเน้นย้ำให้ทุกอำเภอปรับแผนเผชิญเหตุอุทกภัย โดยเฉพาะพื้นที่เทศบาลนครหาดใหญ่ ให้ใช้แนวทาง “ชุมชนเป็นฐาน” แบ่งพื้นที่เป็นโซน กำหนดเส้นทางอพยพ จุดปลอดภัยและซ้อมแผนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรับมือภัยธรรมชาติ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง